สร้างสรรค์บริการที่ประทับใจด้วย Service Minded

Service Minded คือการมีจิตบริการ เป็นผู้ให้ความช่วยเหลือลูกค้า และมุ่งสร้างความประทับใจให้ลูกค้า ได้รับความทรงจำที่ดี ให้ระลึกถึง ให้ยิ้มได้เสมอ เมื่อคิดถึงเรา ดังนั้นอย่าลังเลที่จะเริ่มต้นสร้างสรรค์บริการที่ประทับใจ
การให้บริการที่ดี ที่น่าประทับใจนั้น เป็นสิ่งที่ลูกค้าค้นหาและตั้งตารอคอยมาโดยตลอด ว่าจะได้สัมผัสกับบริการที่ยอดเยี่ยม เพราะบริการที่น่าประทับใจจะสร้างความสุขให้กับลูกค้า สร้างรอยยิ้มให้เกิดขึ้นกับลูกค้าได้ ที่สำคัญบริการที่น่าประทับใจจะเป็นการสร้างความทรงจำที่ดีให้กับลูกค้าให้ระลึกถึงอยู่เสมอ การที่จะสร้างสรรค์บริการที่ประทับใจให้ลูกค้าได้นั้น ต้องเริ่มต้นเรียนรู้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสินค้าและบริการที่เป็นของธุรกิจขององค์กร และรู้จักลูกค้า ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับพนักงานและผู้ให้บริการทุกส่วน อย่างเช่น
1.รู้จักสินค้าและบริการเป็นอย่างดี เป็นเรื่องที่พนักงานทุกคนในองค์กร ควรเรียนรู้ ทำความรู้จักอย่างชัดเจน พนักงานส่วนใหญ่เข้าใจผิด คิดว่าการทำความรู้จักสินค้าและบริการขององค์กรนั้นเป็นหน้าที่ของฝ่ายขาย แต่จริง ๆ แล้วทุกส่วนงาน หรือพนักงานทุกคนในองค์กรต้องรู้ โดยสามารถให้คำแนะนำลูกค้าได้เบื้องต้นหรือส่งต่อบริการให้ส่วนงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง
2.รู้ขั้นตอนวิธีการส่งมอบบริการลูกค้าเป็นอย่างดี เพื่อให้ลูกค้าได้รับสินค้าหรือบริการที่ได้มาตรฐานพร้อมบริการที่น่าประทับใจ
3.รู้จักลูกค้าเป็นอย่างดี เพราะการทำความรู้จักลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องรู้ว่าลูกค้าของเรา คือใคร และใครคือลูกค้าสำคัญขององค์กร ที่สร้างรายได้หลัก ที่ใช้บริการกับองค์กรอย่างต่อเนื่อง
4.ข้อมูลสำคัญเพื่อทำการรู้จักลูกค้า ประกอบไปด้วย
– ทำความรู้จักตัวตนของลูกค้า
– ลูกค้าเคยประสบปัญหาในการใช้บริการในเรื่องใดบ้าง
– ลูกค้ายังคงใช้บริการกับองค์กร อย่างต่อเนื่องหรือไม่
5.รู้วิธีการที่จะส่งมอบความประทับใจให้ลูกค้า โดยการยิ้มรับทุกความคิดเห็นด้วยความยินดี เพราะทุกมุมมองจากลูกค้ามีคุณค่าต่อการพัฒนาบริการ เพื่อนำมาปรับกลยุทธ์ และวิธีการทำงาน เพื่อชนะใจลูกค้าได้อย่างยั่งยืน
จะเห็นได้ว่า การที่เราจะสร้างสรรค์บริการที่ประทับใจให้ลูกค้าได้นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเรียนรู้หลายอย่าง เพราะหากเราได้นำความรู้เหล่านั้นมากลั่นกรองและนำมาปฏิบัติให้เกิดประโยชน์ ก็จะสามารถสร้างคุณค่าให้กับองค์กร ส่งผลถึงการสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า ได้รับบริการที่เหนือความคาดหมายอีกด้วย

วิธีการสร้างฐานลูกค้า เพื่อผลตอบแทนที่คุ้มค่า

การมีฐานลูกค้าที่เหนียวแน่น ทำให้ธุรกิจอยู่รอดและมีการขยายตัว สำหรับการชนะใจลูกค้า มีเทคนิคง่ายๆ ดังนี้

1.เรื่องของวิธีการที่จะนำมาใช้ชี้บ่ง หรือระบุ ความต้องการของลูกค้า การให้ความสำคัญต่อการวิจัยตลาด ซึ่งการวิจัยตลาดเพื่อตรวจสอบหาความต้องการของลูกค้ายิ่งมีความสำคัญมากขึ้นในธุรกิจปัจจุบัน เนื่องจากผู้บริโภคจะมีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและซับซ้อนมากขึ้น นอกจากนี้ ธุรกิจจะต้องคาดการณ์ความต้องการของลูกค้าที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ว่าควรจะมีทิศทาง หรือ การเปลี่ยนแปลงอย่างไรจะทำให้ธุรกิจของเราตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ไวกว่าปกติ

2.การสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า ซึ่งองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดก็คือเรื่องของการให้บริการในระหว่างการขาย ที่จะทำให้ลูกค้าได้ความประทับใจ เช่น การให้ข้อมูลสินค้าหรือบริการที่ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจซื้อ และอัธยาศัยที่ดีของพนักงานขาย ต้องเริ่มจากความพึงพอใจในการทำงานของพนักงาน พนักงานมีความต้องการที่จะทำงานให้บริษัทเพื่อสร้างความสำเร็จให้กับบริษัท การสร้างความพึงพอใจให้กับพนักงาน  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการสร้างบรรยากาศที่ดีในสถานที่ทำงาน การกระตุ้นและให้กำลังใจ ซึ่งสิ่งนี้ตอบความต้องการของลูกค้าได้อย่างเหนือความคาดหมาย

3.การสนองตอบที่มีความรวดเร็วกว่าคู่แข่ง ซึ่งจะทำได้โดยผู้บริหารจะต้องปรับวิธีการทำงานภายในให้มีความคล่องตัวมากขึ้น เพื่อหวังผลในการตอบสนองตลาดได้เร็วขึ้น ซึ่งจะทำให้ธุรกิจได้เปรียบจากการเป็นคนแรกในตลาด

4.การใช้เครื่องมือทางการบริหารจัดการสมัยใหม่ การติดตามสัญญาณการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี การเปลี่ยนวิธีการทำงานจากการต้องทำบันทึกหรือทำเรื่องเสนอเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์กับลูกค้า

5.การนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ออกสู่ตลาดอย่างรวดเร็ว สร้างนวัตกรรมที่มีการวางแผนไว้ล่วงหน้าอย่างรัดกุม การสร้างความแปลกใหม่ให้กับลูกค้าและตลาดอาจใช้กลยุทธ์การปรับเปลี่ยนเพียงเล็กน้อย ซึ่งจะทำให้เกิดสินค้าใหม่ได้เร็วขึ้น

6.พัฒนาคุณภาพหรือปรับปรุงคุณภาพในบางเรื่องให้ดีขึ้น เช่น เพิ่มสี กลิ่น รส ที่แตกต่างไปจากสินค้าเดิม ให้เด่นกว่าคู่แข่ง หรือทำสินค้าในแบบที่ลูกค้าชอบเฉพาะตัว

การสร้างสิ่งดึงดูดใจลูกค้าเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา ในความเป็นจริงนั้นถึงแม้จะใช้ระยะเวลานาน แต่กลับได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าเลยทีเดียว

กลยุทธ์วิธีในการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า ให้กับมาใช้บริการเรื่อยๆ

การทำธุรกิจที่ต้องสัมพันธ์กับลูกค้า ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด ล้วนเป็นความรู้สึกที่มีต่อสินค้าในแง่บวกหรือลบเสมอ ทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อสินค้าเพิ่ม ทำให้ธุรกิจของเราอยู่เหนือกว่าคู่แข่งรายอื่นๆ ดังนั้นเราควรทำอย่างไรให้ลูกค้าประทับใจ และกลับมาซื้อผลิตภัณฑ์ของเราอีกเรื่อยๆ

1.การสำรวจเส้นทาง ลำดับเหตุการณ์ตามที่ลูกค้าจะได้เจอเมื่อพวกเขาต้องการความช่วยเหลือจากเรา ความสะดวกสบาย ระดับอารมณ์ สิ่งเหล่านี้ช่วยบ่งบอกความต้องการของลูกค้า

2.สำรวจความคาดหวัง ด้วยการไปทดลองเป็นลูกค้าเอง หรือไปเดินตามร้านสะดวกซื้อ หรือศูนย์การค้าเพื่อดูว่าธุรกิจใหญ่ๆ นั้นลงรายละเอียดเรื่องความคาดหวังของลูกค้ากันขนาดไหน หรือถ้าจะให้ดีกว่านั้น เราอาจต้องลองดูด้วยว่าบริษัทคู่แข่งของเราต้อนรับและตอบรับลูกค้ากันอย่างไรบ้าง

3.พื้นที่แสดงความคิดเห็น ธุรกิจหลายเจ้า ไม่ชอบที่จะให้มีในส่วนนี้เพราะคิดว่ามันไม่จำเป็นและอาจจะส่งผลเสียให้กับธุรกิจได้หากผู้บริโภคแสดงความคิดเห็นที่เป็นด้านมืดหรือจุดบกพร่องของสินค้าและบริการของบริษัทออกมา ซึ่งหากผู้ประกอบการมีใจที่เปิดกว้างพอจะทราบว่าจุดนี้เป็นวิธีการตรวจวัดกระแสตอบรับที่ดีที่สุดและผู้ประกอบการยังสามารถนำข้อมูลที่ได้รับมาไปใช้ในการพัฒนาธุรกิจต่อได้อีกด้วย ดังนั้นผู้ประกอบการควรที่จะเปิดพื้นที่ส่วนหนึ่งภายในเว็บไซต์ให้ผู้บริโภคแสดงความคิดเห็นกัน

4.สังเกตพฤติกรรม เป็นการลงรายละเอียดการกระทำที่จำเป็นต้องเฉพาะเจาะจง เพื่อให้เกิดประสบการณ์ที่ดีตามความคาดหวังในข้อ 2 ลงไปให้มากที่สุด ทั้งทางด้านเทคนิคในการทำงาน ไปจนถึงสคริปต์และภาษาที่ใช้ เช่น แบบฟอร์มกระชับ ไม่ยืดเยื้อ ถามเท่าที่จำเป็น

5.รอผลตอบรับจากลูกค้า การดูแลเอาใจใส่ลูกค้าอย่างสมเหตุสมผลจำเป็นต้องถูกปลูกฝังอยู่ในใจกลางหลักขององค์กร ต้องใส่ใจต่อความเห็นลูกค้าอย่างต่อเนื่อง การรับฟังความคิดเห็นทุกด้าน และช่วยกันประมวลเพื่อนำไปปรับปรุงขั้นตอนที่ 3 จะทำให้ลูกค้ารู้สึกดีขึ้นเรื่อยๆ

การดึงดูดลูกค้าใช้กับมาใช้บริการธุรกิจของเราซ้ำย่อมเกิดผลดีต่อยอดไปเรื่อยๆ หากเราใส่ใจให้บริการ และคอยสังเกตความรู้สึกของลูกค้าอยู่เสมอ ลูกค้าไม่มีทางหนีไปไหนแน่นอน

การสร้างความพึงพอใจและดึงดูดใจลูกค้าให้กลับมาใช้บริการอีก

การสร้างภาพลักษณ์ในด้านต่างๆที่ดีเป็นสิ่งสำคัญ คือ หากมีภาพลักษณ์ที่ดีก็มีชัยไปกว่าครึ่ง ไม่ว่าจะเป็นด้านการแต่งกาย การพูดจา การตอบกลับอย่างรวดเร็ว และการติดตามประเมินผล ล้วนแล้วแต่ที่จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้ ดังนั้นการทำธุกิจจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้าโดย

1.สร้างสรรค์ website ให้ดูดีเสมอ ผู้คนจะตัดสินเว็บของคุณอย่างรวดเร็วและตกลงใจไม่ว่าพวกเขาจะอยากให้โอกาสคุณมาเป็นบริษัทหรือเป็นนายหน้าของพวกเขาหรือไม่ ด้วยการจัดวางและรูปภาพที่ดึงดูด พร้อมทั้งข้อมูลการติดต่อที่จัดวางบน home page ที่ชัดเจนเก็จะทำให้ website นั้นเริ่มต้นได้ดีทีเดียว

2.ถามลูกค้าว่าอยากให้ตอบกลับด้วยวิธีไหน อย่างเช่น ใช้ E-mail หรือ วิธีการโทร เพราะการติดต่อผู้คนด้วยวิธีการที่พวกเขาพึงพอใจ ถือเป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่จะเข้าถึงลูกค้าได้อย่างสมเหตุสมผล

3.ตอบกลับให้เร็ว เพราะคนส่วนใหญ่ทุกวันนี้คาดหวังคำตอบจากสิ่งที่พวกเขาถามไว้กลับมาภายในกรอบเวลาที่สมเหตุสมผลไม่ว่าจะทาง E-mail หรือ โทรศัพท์ ที่สำคัญคือควรตอบกลับในช่วงเวลาที่ลูกค้าสะดวก โดยทำให้เห็นว่าสามารถที่จะดูแลพวกเขาเหมือนลูกค้าและดูแลในส่วนที่ลูกค้าต้องการจริงๆได้

4.ศึกษาลูกค้า เพราะการศึกษาลูกค้าและจัดการความคาดหวังของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น การมีข้อเท็จจริง เอกสาร ข่าวสาร Blog จะช่วยให้ลูกค้าเข้าใจว่ามาจากไหน

5.คิดในมุมมองเดียวกับลูกค้า โดยควรแสดงให้เห็นว่าได้อยู่ข้างเดียวกับลูกค้า ด้วยการฟังคำถามของพวกเขาและสิ่งที่พวกเขาชอบ

6.การสำรวจและติดตามผล เพราะเป็นเครื่องมือที่มีคุณค่าที่สามารถทำการสำรวจลูกค้าได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ติดต่อ จากนั้นค้นหาว่าลูกค้าชอบหรือไม่ชอบอะไรในสินค้าโดยวิเคราะห์คำตอบของลูกค้าเพื่อหาว่าอะไรที่สามารถปรับปรุงได้ และควรจะพัฒนาอย่างไร ทั้งนี้จากการสำรวจที่ได้จะช่วยให้ตัดสินใจเกี่ยวกับธุรกิจตนเองได้อย่างชาญฉลาดยิ่งขึ้น

ดังนั้น การที่จะสร้างความพึงพอใจและดึงดูดใจแก่ลูกค้าให้กลับมาใช้บริการอีกนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาข้อมูลของลูกค้ารวมทั้งจะต้องมีการบริการที่ดีดังที่กล่าวมาเพียงเท่านี้ก็จะสามารถทำให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

 

การวางแผนเพื่อดึงลูกค้าให้กลับมาหาธุรกิจของเราเรื่อยๆ

การวางแผนเพื่อดึงลูกค้าให้กลับมาหาธุรกิจของเราเรื่อยๆ นั้นหัวใจหลักก็อยู่ที่ความสุขของลูกค้านั่นเอง และนี่คือ 5 วิธีการทำให้เกิดการซื้อซ้ำ

1.ขยันใช้ข้อมูล

ข้อมูลคือทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดของบริษัท อย่าแค่ไปเก็บข้อมูลเพื่อนำเข้าแฟ้มเฉยๆ แต่ให้เอามาวิเคราะห์และประมวลผล หาทุกโอกาสที่สามารถทำได้เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ธุรกิจ

2.สื่อสารหาลูกค้าเรื่อยๆ และทำให้น่าสนใจ

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าขาดการติดต่อเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นวันสำคัญ เช่น วันขึ้นปีใหม่ วันวาเลนไทน์ หรือ วันเกิดของลูกค้า เราสามารถใช้โอกาสเหล่านี้ติดต่อไปยังลูกค้าเพื่ออวยพรหรือเสนอโปรโมชั่นพิเศษ ต้องคอยเตือนให้พวกเขารู้ว่าพวกเขาเป็นลูกค้าคนพิเศษของเราอยู่เสมอ ซึ่งจะทำให้ลูกค้านึกถึงเราและเลือกซื้อสินค้าจากเราเป็นแบรนด์แรกๆ

3. ทำให้ลูกค้าซื้อได้อย่างสะดวกและซื้อได้เรื่อยๆ

ลองทำตัวเป็นลูกค้าแล้วทดลองใช้สินค้าหรือบริการตามช่องทางปกติเพื่อดูว่ามีอุปสรรคอะไรในการซื้อหรือไม่ ลองคิดว่าหากเราเป็นลูกค้า เราอยากให้เปลี่ยนอะไรบ้าง หรืออาจลองถามลูกค้าเลยก็ได้เพื่อดูว่าจะการซื้อขายให้ง่ายขึ้นได้อย่างไร

4.สัญญาแล้วทำให้ได้

คำสัญญาหรือการเสนอโปรโมชั่นใดควรทำให้ได้จริง ธุรกิจของเราจะต้องดำเนินไปอย่างที่เคยประกาศไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม เช่น บอกว่าสะสมแต้มครบแล้วจะได้ของสมนาคุณ ก็ต้องมีของให้กับลูกค้าจริงๆ สิ่งเล็กน้อยเหล่านี้จะสะสมเป็นความรู้สึกของลูกค้าต่อธุรกิจของเราในที่สุด กฎก็คือ สัญญาน้อยๆ เข้าไว้ แต่เมื่อถึงเวลาให้จึงค่อยให้มากๆ ลูกค้าจะประทับใจแน่นอน

5. ทดลองและวัดผลทุกอย่าง

ทำการทดลองและวัดผลทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นการลงโฆษณาหรือการทำการตลาดต่างๆ ตัวเลขสถิติเหล่านั้นต้องนำมาคำนวณเพื่อวัดประสิทธิภาพสิ่งที่ทำไปให้ได้ เพราะเมื่อเรารู้ค่า ROI (ค่าตอบแทนจากการลงทุน) เราก็จะสามารถรู้ได้ทันทีว่าแผนการตลาดนั้นคุ้มค่าเงินที่ลงไปหรือไม่ หากไม่คุ้ม เราจะได้ไหวตัวและแก้เกมได้ทันนั่นเอง

ท้ายที่สุดแล้วคนเราก็เลือกซื้อสินค้าหรือบริการจากธุรกิจที่ชอบ และภักดีกับแบรนด์ที่รู้สึกดีหรือผูกพันด้วย คนจำนวนมากยินดีจ่ายมากกว่าเพื่อสิ่งของหรือบริการที่ดีกว่า เพราะฉะนั้นการแข่งขันเรื่องราคาจึงไม่ใช่คำตอบเสมอไป อย่าลืมหาวิธีพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจของเราและลูกค้าอยู่เสมอ เพราะคงไม่มีใครอยากเสียลูกค้าให้คู่แข่งอย่างแน่นอน ไม่แม้เพียงคนเดียวก็ตาม

การสร้างความประทับใจผ่านการบริการ เพื่อดึงดูดใจลูกค้า

ในการทำธุรกิจปัจจุบันนี้มีการแข่งขันเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆผู้ประกอบการต่างก็สร้างจุดแข็งของตนออกมาต่อสู้ซึ่งสิ่งหนึ่งที่สามารถช่วยให้ครองใจลูกค้าได้คือ การบริการอันยอดเยี่ยมหากลูกค้าประทับใจการบริการจนกลับมาใช้บริการอีกและบอกต่อความประทับใจนี้ไปยังกลุ่มเพื่อนๆ นั่นหมายถึงความสำเร็จในการรักษาฐานลูกค้าเดิมและยังช่วยขยายฐานลูกค้าใหม่ได้อีกด้วย ผู้ประกอบการควรจะมีการพัฒนาการให้บริการลูกค้าให้ดีเยี่ยม ควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการต่างๆดังนี้
1.พัฒนาบุคลิกภาพพนักงานทั้งบุคลิกภาพและภาพลักษณ์ภายนอกของพนักงาน เพราะบุคลิกภาพที่ดีจะสร้างความประทับใจแรกแก่ลูกค้าได้ เช่น การยิ้มแย้มและรับฟังสิ่งที่ลูกค้าพูด ในด้านภาพลักษณ์ภายนอกของพนักงาน เช่นการแต่งกายเรียบร้อยถูกกาลเทศะและสะอาดสะอ้าน
2.การจริงใจในการบริการ เป็นอีกสิ่งที่ผู้ประกอบการไม่ควรมองข้าม โดยผู้ประกอบการควรเน้นให้พนักงานบริการลูกค้าด้วยความสุภาพ พูดจาไพเราะ ให้ความสนใจกับลูกค้าเป็นสำคัญ ให้ข้อมูลตรงไปตรงมา ที่สำคัญพนักงานขายควรบอกได้ว่าลูกค้าต้องการสินค้าหรือบริการชนิดใด เพราะบางครั้งตัวลูกค้าอาจยังไม่แน่ใจหรือไม่รู้ว่าตนเองต้องการสินค้านั้นจริงหรือไม่ อาจเพราะข้อมูลต่างๆ มากเกินไป ทั้งนี้การบริการอย่างเป็นมิตรจะช่วยให้การชนะใจลูกค้าเป็นเรื่องง่ายมากขึ้น
3.การบริการหลังการขาย เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ทำให้ลูกค้าเกิดความผูกพันกับแบรนด์สินค้าของผู้ประกอบการมากขึ้นได้ อย่างเช่น มี call centerไว้คอยบริการลูกค้า โดยเน้นการบริการอย่างรวดเร็วและแก้ปัญหาได้ถูกจุด
4.มีการปรับปรุงและพัฒนาสินค้าอยู่เสมอ เพื่อให้การบริการถูกใจและตรงความต้องการของลูกค้า ทำให้ลูกค้าประทับใจมากยิ่งขึ้น5.ต้องไม่ขาดการติดต่อกับลูกค้า ทั้งนี้ผู้ประกอบการอาจเลือกใช้การแจ้งข่าวสารต่างๆ เป็นการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า หรือการส่งข้อความทางโทรศัพท์และอีเมล์ เป็นต้น แต่ก็ไม่ควรส่งเยอะจนเกินไปเพราะจะทำให้ลูกค้ารู้สึกรำคาญได้

ดังนั้นการบริการทีดีเยี่ยมนั้นจะช่วยสร้างความประทับใจให้ลูกค้าได้มากขึ้นและความประทับใจในการดึงดูดลูกค้าเก่าได้เป็นอย่างดีและยังได้ลูกค้าใหม่ให้เข้ามาเรื่อยๆ ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสทางการค้าได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

วิธีพื้นฐานในการดึงดูดใจลูกค้า

ผู้ประกอบการไม่ควรมองข้ามการสร้างความมั่นคงทางธุรกิจด้วย การดึงดูดใจลูกค้า และรักษาฐานลูกค้าให้มั่นคง ทำให้ลูกค้ารู้สึกไว้วางใจในสินค้า ในขณะที่ผู้ประกอบการบางรายกับคิดว่า ลูกค้าเลือกสินค้าจากราคา แต่ในความเป็นจริงนั้นยังมีปัจจัยอีกมากมายที่ทำให้ลูกค้ายอมควักเงินออกจากกระเป๋า

ปัจจัยความเรียบง่ายของสินค้า ที่ไม่มีความยุ่งยากในการใช้งาน หลายธุรกิจมีสินค้าที่ดูน่าสนใจ แต่ลูกค้ากับพบความยุ่งยากในสินค้า ทำให้สินค้าไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร เช่น ธุรกิจร้านอาหารที่มีรสชาติ และคุณภาพของอาหารดีมาก แต่กลับตั้งอยู่ในสถานที่ที่เข้าถึงได้ยาก ทำให้ลูกค้าที่อยากตัดสินใจไปลองชิมก็ต้องตัดใจเพราะการเดินทางที่ไม่สะดวก

ความรับผิดชอบเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งในการทำธุรกิจ หลายครั้งที่สินค้าและบริการมีความผิดพลาดส่งผลให้ลูกค้าเกิดความไม่พอใจ ดังนั้นเราจึงควรหาวิธีรับมือความผิดพลาดเหล่านี้ จากนั้นจึงดำเนินการแก้ไข เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับการบริการที่น่าพึงพอใจกลับไปอยู่เสมอ

การสร้างความแตกต่างอย่างสร้างสรรค์ ทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจ และตอบสนองพวกเขาอยู่เสมอ คำถามก็คือเราจะทำอย่างไรที่จะทำให้สินค้าและการบริการของเรานั้นสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้มากที่สุด ซึ่งสิ่งที่สร้างสรรค์และแตกต่างนี่ล่ะคือคำตอบที่จะช่วยให้สินค้าและการบริการของเราเป็นที่สนใจของลูกค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีใหม่ๆ ยิ่งต้องปรับตัวและมองหาอะไรใหม่ๆ มาตอบสนองความต้องการของลูกค้าอยู่เสมอ

การแนะนำลูกค้า หาข้อมูลเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า หากเราไม่สามารถให้คำแนะนำดีๆ กับพวกเขาได้เลย อาจเป็นสาเหตุให้ลูกค้าเปลี่ยนใจไปหาสินค้าและบริการของเจ้าอื่นแทน และไม่ให้โอกาสกับเราอีกเลยก็ได้ ดังนั้นการเตรียมตัวหาหมั่นหาข้อมูลที่ถูกต้องจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เพื่อเตรียมตัวตอบคำถามและให้คำแนะนำกับลูกค้านั้น จะทำให้เรานั้นดูเป็นมืออาชีพ มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น และยิ่งเป็นการเพิ่มโอกาสในการขายได้มากขึ้นตามมาอีกด้วย จากที่กล่าวมานี่เป็นวิธีเบื้องต้นในการทำให้สินค้าและบริการของเราเป็นที่ดึงดูดใจของผู้บริโภคอย่างง่ายดาย

วิธีหาลูกค้าใหม่วิธีแรกในการทำธุรกิจเพื่อดึงดูดลูกค้าให้มากที่สุด

7

วิธีหาลูกค้าใหม่วิธีแรกคือจัดทำฐานข้อมูลลูกค้าปัจจุบัน โดยเลือกกลุ่มที่มียอดใช้จ่ายและใช้บริการสูงสุดยี่สิบเปอร์เซ็นต์แรกของลูกค้าทั้งหมด แล้วเก็บสถิติข้อมูลทางประชากรศาสตร์ เช่น อายุ เพศ รายได้ ที่อยู่ ไปจนถึงข้อมูลส่วนบุคคลอย่างนิตยสารหรือเว็บไซต์ที่ชอบ รวมถึงสื่อที่ลูกค้ากลุ่มนั้นเปิดรับ ฯลฯ เหตุที่ต้องทำเช่นนี้ก็เพราะข้อมูลเหล่านั้นจะช่วยให้สามารถหาลูกค้าใหม่ได้ และยังรวมถึงการจัดทำการส่งเสริมการตลาดที่เหมาะสมจากกลุ่มประชากรที่มีความใกล้เคียงกับลูกค้าชั้นดีของเราด้วย แต่หากเราไม่ต้องการเก็บข้อมูลด้วยตนเอง การซื้อข้อมูลจากบริษัทที่ขายข้อมูลด้านนี้โดยเฉพาะก็เป็นทางเลือกที่สะดวกเช่นกัน แต่ข้อควรระวังคือต้องแน่ใจว่าฐานข้อมูลที่ซื้อมานั้นตรงกับกลุ่มลูกค้าของเราจริงๆ และข้อมูลที่ได้มานั้นต้องไม่เป็นข้อมูลที่ล้าสมัยแล้ว

นอกจากข้อมูลลูกค้าเก่าที่แสนจะมีประโยชน์แล้ว ตัวลูกค้าเก่าเองยังเป็นแหล่งดึงดูดลูกค้าใหม่ที่มีประสิทธิภาพอีกด้วย เพราะหากลูกค้าเก่าประทับใจสินค้าและบริการของเราก็อาจบอกต่อไปกับคนรู้จัก แต่ทั้งนี้เราก็ไม่ควรนิ่งนอนใจเพราะลูกค้าเก่าอาจไม่บอกต่อก็ได้หากไม่มีประโยชน์อะไรกับตัวลูกค้าเอง ดังนั้นเราอาจจูงใจด้วยวิธีต่างๆ เช่น หากลูกค้าเก่าพาคนรู้จักมาใช้บริการด้วยก็จะได้สิทธิพิเศษ หรืออาจทำให้ลูกค้าเก่าเห็นว่า ‘เขาคือคนสำคัญของเรา’ ด้วยการเขียนชื่อลูกค้าหลังนามบัตรจำนวนหนึ่งมอบให้เพื่อให้ลูกค้านำไปแจกจ่ายเพื่อนๆ และเมื่อเพื่อนๆ ของลูกค้ามาซื้อสินค้าและบริการพร้อมนำนามบัตรนั้นมาด้วยจะได้ส่วนลดพิเศษ และหากมีลูกค้าใหม่นำนามบัตรดังกล่าวมาใช้บริการ เราก็ควรส่งจดหมายไปขอบคุณลูกค้าเก่าที่นำนามบัตรไปให้เพื่อนๆ ด้วย เมื่อเราได้ข้อมูลลูกค้าใหม่มาแล้ว สิ่งแรกที่ต้องทำคือดึงดูดพวกเขาด้วยการส่งเสริมการตลาดที่เหมาะสมกับลูกค้ากลุ่มนั้นๆ ซึ่งหมายความว่าหากเรามีลูกค้าหลายกลุ่ม วิธีการส่งเสริมการตลาดก็ต้องมีหลายรูปแบบแตกต่างกันออกไปเพื่อรองรับความแตกต่างของลูกค้า เพราะการหาจุดร่วมระหว่างรสนิยมของหญิงสาววัยรุ่นกับสตรีวัยเกษียณนั้นยุ่งยากยิ่งกว่าการออกโปรโมชั่นแยกหลายเท่าตัวนัก

Social Marketing ทำให้เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น

complejosamanco.com

เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทำให้เกิดการตลาดรูปแบบใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะการทำการตลาดทางอินเตอร์เน็ต ที่ทำให้การตลาดสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วโดยใช้เวลาเพียงนิดเดียว การทำการตลาดด้วย Social Marketing เข้ามามีบทบาทในการทำการตลาดของธุรกิจมากขึ้น ซึ่งในหลายๆธุรกิจต่างให้ความสำคัญกับการตลาดประเภทนี้มาก ในหลายๆองค์กรกับเสียเงินไปกับการทำการตลาดด้วย Social Marketing แบบผิดวิธีโดยที่ไม่เกิดประโยชน์

นักการตลาดส่วนมากไม่รู้ว่า Content ที่ถูกส่งออกไปยังSocial กำลังพูดถึงเรื่องอะไรกันอยู่ Content บางอย่างอาจเกิดขึ้นตามกระแส Content บางอย่างอาจถูกถ่ายทอดโดยไม่ไตร่ตรอง จนทำให้เนื้อหาไม่ถูกถ่ายทอดเพื่อให้คนจดจำแบรนด์เลย ด้วยเหตุนี้จึงทำให้การตลาดด้วย Social Marketing จึงต้องสอดคล้องกับภาพลักษณ์ซึ่งทางผู้ประกอบการหรือนักการตลาดต้องพิจารณาก่อนว่าแบรนด์เรามีลักษณะอย่างไร ก่อนจะถ่ายทอดความหมายออกมา ซึ่งวิธีนี้จะทำให้ผู้คนจดจำภาพลักษณ์และจุดเด่นของแบรนด์ได้ดี

การที่เราลง Content ควรมีแบบแผนที่ชัดเจน โดยวิเคราะห์จากกลุ่มเป้าหมาย เช่น ถ้าลูกค้าอยู่ในกลุ่มวัยทำงาน ก็อาจจะโพสต์Content ในช่วงพักกลางวัน หรือกลังเลิกงานก็ได้ การทำเช่นนี้จะทำให้การทำการตลาดมีแบบแผนมากขึ้น และควรเลือกใช้ Content ให้หลากหลายเพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซาก หลังจากลูกค้ามีผลตอบรับกลับมาก็นำมาปรับใช้เรื่อยๆ

ควรใช้แบรนด์ในการเป็นสื่อกลางระหว่างลูกค้าที่มีความชอบในแบรนด์เดียวกัน ให้มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน ทำให้กลุ่มลูกค้ามีความเหนียวแน่น และมีความจงรักภักดีต่อแบรนด์ แม้ว่าลูกค้าจะมีความกระจัดกระจายกัน แต่ก็ยังมี Social ที่ทำการเชื่อมโยงลูกค้าไว้ด้วยกัน นอกจากนี้ผู้ประกอบยังทราบถึงข้อคิดเห็นในตัวสินค้าและบริการว่าควรปรับปรุงอย่างไร ดังนั้นแบรนด์ควรทำหน้าที่เชื่อมลูกค้าไว้ด้วยกัน อาจจะมีการจัดกิจกรรมเพื่อประโยชน์ต่อสังคม ช่วยในการสานสัมพันธ์ของแบรนด์กับลูกค้าไว้ด้วยกัน

ทุกวันนี้ Social Media มีช่องทางให้เราได้เลือกใช้มากมาย จนบางครั้งอาจจะมากเกินไป ทำให้มีการดูแลได้ไม่ทั่วถึง ดังนั้นจึงควรพิจารณาก่อนว่าลูกค้านิยมให้ Social Media ใด และสินค้าเรานั้นเหมาะกับสิ่งไหน เพื่อประหยัดเวลาในการดูแลในส่วนเครื่องมือที่ลูกค้าไม่ใช้งาน

จะเห็นได้ว่าการทำการตลาดแบบนี้เป็นเรื่องง่ายสำหรับใครหลายคน ในหัวข้อที่กล่าวมาข้างต้นเป็นสิ่งที่น่าสนใจ ที่สามารถนำไปปรับใช้ในการเริ่มต้นทำการตลาดแบบ Social Marketing

การสร้างประสบการณ์ดีๆมัดใจลูกค้า


สำหรับเคล็ดลับในการสร้างประสบการณ์ที่ดีๆ ที่จะเปลี่ยนความรู้สึกเดิมๆ ให้กลายมาเป็นความประทับใจที่มัดใจของลูกค้าให้ยาวนาน สามารถกระทำได้ดังนี้
1.โดยจะต้องตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างครบถ้วนให้มากที่สุด แต่จะต้องพิจารณาถึงต้นทุนที่เหมาะสม ซึ่งอาจจะร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อช่วยตอบสนองความต้องการของลูกค้า เนื่องจากปัจจุบันลูกค้ามีพฤติกรรมที่ชอบอะไรที่รวดเร็ว เบ็ดเสร็จ ยิ่งเราสามารถช่วยลูกค้าให้ตัดสินใจง่ายขึ้นได้มากเท่าไร ก็จะทำให้ลูกค้าซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น
2.สร้างการสื่อสารที่เข้าใจง่าย เพราะหลายๆ ธุรกิจก็พยายามจะนำเสนอสิ่งที่เป็นรูปธรรมให้ลูกค้าได้เข้าใจว่าสินค้าหรือสิ่งที่จะซื้อไปนั้นเป็นอย่างไร และหากใช้สินค้านั้นๆ แล้วจะรู้สึกอย่างไร ซึ่งในส่วนนี้จะต้องยกให้เห็นตัวอย่างที่ชัดเจน เพื่อให้ลูกค้าได้ตัดสินใจเลือกซื้อได้ง่ายขึ้น
3.การดึงลูกค้าเข้ามามีส่วนร่วมและการสร้างชุมชนให้เกิดขึ้น ดดยในปัจจุบันการสร้างชุมชนของกลุ่มคนที่มีความชื่นชอบที่เหมือนๆ กันทำได้ง่ายขึ้นผ่านทางโซเชียลมีเดียทำให้เกิดการแบ่งปันเรื่องราว ข้อมูล รวมถึงประสบการณ์ดีๆ ในเรื่องที่ตนเองสนใจให้กับคนอื่นๆได้สะดวกขึ้น
4.การมอบรอยยิ้มและน้ำใจที่จริงใจรวมทั้งการคอยเอาใจใส่แก่ลูกค้า เป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย อย่างเช่น โทรศัพท์ไปสอบถามข้อมูลหรือปัญหาต่างๆ หรือ ส่งอีเมล์ พยายามติดต่อและเอาใจใส่ลูกค้าให้มากขึ้น แล้วยอดขายก็จะตามมา

ดังนั้นการสร้างประสบการณ์ดีๆแก่ลูกค้าจะช่วย ทำให้ลูกค้าประทับใจในสินค้าและบริการได้เป็นอย่างดี และก็พร้อมที่จะกลับมาซื้อสินค้าและบริการเหล่านั้นได้อย่างยาวนาน ฉะนั้นผู้ประกอบการจำเป็นจะต้องปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินธุรกิจด้วยการดูแลเอาใจใส่แก่ลูกค้าให้มาก เพราะทุกวันนี้มีการแข่งขันในด้านธุรกิจอย่างกว้างขวาง ส่งผลให้ลูกค้าสามารถที่จะเลือกซื้อสินค้าและบริการได้มาก ซึ่งหากผู้ประกอบการรายใดให้บริการที่ไม่ประทับใจแก้ลูกค้าก็จะทำให้เสียโอกาสทางธุรกิจได้อย่างง่ายดาย ทั้งนี้ทางผู้ประกอบการด้านธุรกิจควรจะหันมาสนใจและเอาใจใส่ลูกค้าให้มากยิ่งขึ้นเพื่อจะทำให้ธุรกิจมีความเจริญก้าวหน้ามากขึ้นนั่นเอง

วิธีการสร้างแรงดึงดูดที่สามารถทำให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการเป็นอย่างดี

 

การทำธุรกิจนั้นได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจที่มีความเกี่ยวข้องกับการขายสินค้าและบริการ ฉะนั้นแล้วการที่จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จไม่ใช่แค่ออกไปตั้งแผงโชว์และจำหน่ายสินค้าเท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงวิธีการทำธุรกิจให้มีความน่าสนใจเพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาชมด้วย ซึ่งการสร้างแรงดึงดูดนั้นสามารถกระทำได้ดังนี้

1.ความซื่อสัตย์ไว้วางใจ เพราะความสัมพันธ์นั้นจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มีความซื่อสัตย์ไว้ใจกัน ซึ่งการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจกับลูกค้า ความไว้ใจนั้นจะเริ่มจากความน่าเชื่อถือ เมื่ออีกฝ่ายแสดงให้เห็นว่ามีความสามารถพอที่จะบริการหรือตอบสนองความต้องการนั้นได้อย่างเต็มที่ เมื่อพิสูจน์ให้ลูกค้าไว้ใจได้แล้วจึงสามารถเริ่มต้นสร้างความสัมพันธ์ได้เป็นอย่างดี
2.มองให้ไกลกว่าความจำเป็นเฉพาะหน้า ในส่วนนี้ทางผู้ประกอบการควรจะคำนึงถึงสินค้าและบริการโดยคำนึงถึงความต้องการและความจำเป็นของผู้บริโภคในขณะนั้น และควรจะรับฟังความคิดเห็นของลูกค้าอย่างตั้งใจ
3.การสร้างสิ่งใหม่ๆให้กับบริการ เพื่อให้ลูกค้าได้รับการบริการหลากหลายรูปแบบ เพื่อเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ เหนือความคาดหมายของลูกค้า
4.ตอบสนองความอยากรู้อยากเห็น เพราะความอยากรู้อยากเห็นและอยากเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา ดังนั้น เมื่อผู้ให้บริการสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ของลูกค้าได้ ย่อมมีผลกระทบต่อความประทับใจของลูกค้าไม่น้อย
5.สร้างความอัศจรรย์ใจในบางครั้ง โดยการทำให้ลูกค้ามีความสุข รู้สึกภาคภูมิใจ และผูกพันเพิ่มขึ้นอย่างการให้ของขวัญหรือบริการพิเศษ เช่น ของสมนาคุณพิเศษในฐานะลูกค้าชั้นดี ดอกไม้และการ์ดวันเกิด เพราะจะทำให้ลูกค้ายิ่งประทับใจมากและยินดีที่จะประกาศเรื่องดี ๆ แบบปากต่อปาก ซึ่งช่วยเพิ่มลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น
6.ให้ความรู้สึกสบายใจ จะช่วยให้ลูกค้ารู้สึกว่าสามารถควบคุมสิ่งต่าง ๆ ได้ฉะนั้นธุรกิจควรมีบริการที่เป็นระบบ เพื่อให้ลูกค้าสามารถมารับบริการด้วยความสบายใจ ไม่รู้สึกวิตกกังวล
7.แสดงตนอย่างเปิดเผย เพื่อให้ลูกค้าได้รู้ว่าธุรกิจนั้นมีนโยบายอย่างไร มีลักษณะการดำเนินธุรกิจมีจรรยาบรรณแค่ไหน เพราะการแสดงความชัดเจนจะช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงธุรกิจได้มากขึ้น และเกิดความผูกพันมากขึ้นด้วย ยิ่งรู้จักมากเท่าใดก็จะยิ่งไว้ใจมากขึ้น

ดังนั้นการทำธุรกิจนั้นควารจะให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นอย่างมาก เพราะจะช่วยสร้างความประทับใจให้กับลูกค้านั้นเป็นอย่างดี ทำให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการต่อและอาจจะช่วยแนะนำบอกต่อทำให้มีลูกค้าเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ธุรกิจมีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น

ธุรกิจขายตรงรูปแบบใหม่ที่สามารถมัดใจลูกค้า

การขายตรงเป็นเรื่องของการขายผลิตภัณฑ์สินค้าและบริการของบริษัทจากมือสู่มือผู้บริโภคโดยตรง ดังนั้นความสำเร็จส่วนหนึ่งจึงต้องยกความดีให้พนักงานขาย พนักงานขายฝีปากยอดเยี่ยมถือเป็นสิ่งที่บริษัททั้งหลายต่างต้องการและไขว่คว้าหามาร่วมทีมด้วยกันทั้งนั้น พวกเขามีส่วนสำคัญในการผลักดันและปิดการขาย ดังนั้นผู้ประกอบการควรหาพนักงานขายที่มีทักษะดังกล่าวมาร่วมงานสัก 2-3 ทีมเป็นอย่างต่ำ แต่หากหาไม่ได้จริงๆ การฝึกพนักงานขายให้มีทักษะดังกล่าวก็พอจะทำได้ โดยให้ข้อมูลการขายที่มีรูปแบบเฉพาะซึ่งทางบริษัทได้เตรียมไว้แล้ว ให้พนักงานไปฝึกจนเกิดความชำนาญแล้วจึงส่งไปทำขายจริงกับลูกค้า

การทำธุรกิจขายตรง

เป็นระบบการขายรูปแบบหนึ่งที่ผู้ประกอบธุรกิจทำตลาดสินค้าหรือบริการ โดยมีการทำสัญญามอบหมายให้ตัวแทนขายตรงหรือผู้จำหน่ายอิสระ นำสินค้าหรือบริการไปเสนอขายต่อผู้บริโภค ณ ที่อยู่อาศัยหรือสถานที่ทำงานของผู้บริโภค หรือสถานที่อื่นที่มิใช่สถานที่ประกอบการค้าเป็นปกติธุระ ทั้งนี้ตัวแทนขายตรงหรือผู้จำหน่ายอิสระจะมีรายได้ตามแผนการจ่าย ผลตอบแทนที่ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงกำหนดไว้ โดยทั่วไปในระบบธุรกิจขายตรง ผู้ที่สมัครเข้าเป็นสมาชิกจะมีรายได้ 2 ทาง คือ รายได้จากการจำหน่ายปลีกและรายได้จากการบริหารทีม ซึ่งการบริหารทีมคือการสร้างทีมงานที่ประกอบด้วยการชักชวนผู้อื่นเข้ามาร่วม

การเพิ่มโอกาสในการกระจายสินค้าและผลิตภัณฑ์ ซึ่งจำเป็นที่จะต้องวางให้ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศไทย เพราะถ้าผู้บริโภคเกิดสนใจในตัวของสินค้าและบริการของทางบริษัทผู้ประกอบการขึ้นมาแล้ว ผู้บริโภคจะพยายามติดต่อเพื่อขอซื้อสินค้าหรืออย่างน้อยก็ขอข้อมูลเพิ่มเพื่อประกอบการตัดสินใจ ซึ่งความต้องการดังกล่าวหากผู้ประกอบการไม่สามารถจัดหาเพื่อตอบสนองได้ทันท่วงทีผู้บริโภคก็จะตัดสินใจไปเลือกซื้อสินค้าและบริการจากทางผู้ประกอบการรายอื่นที่เป็นคู่แข่งในทันทีเพราะถือว่ามีความได้เปรียบอยู่ในมือไม่จำเป็นที่จะต้องไปแคร์ในบริษัทใดบริษัทหนึ่ง

วิธีการทำธุรกิจขายตรง

– ติดต่อกับบริษัทขายตรง
– สมัครเป็นสมาชิก ทำความเข้าใจกับระบบการทำงาน การตอบแทน ผลประโยชน์ ยุทธวิธีการขาย การเพิ่มยอดขาย สินค้าของบริษัท และความมั่นคงของบริษัท
– ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อศึกษาสินค้าของตัวคุณเอง
– กระจายสินค้าตัวอย่างไปยังเพื่อนสนิทมิตรสหาย
– วางแผนเป้าหมาย ยอดขาย กำไร และอาจจะเพิ่มเป็นการเปิดธุรกิจประเภทนี้ขึ้นมาก็ได้

การสร้างแรงดึงดูดธุรกิจของเราให้น่าสนใจกว่าคู่แข่ง

14

โลกธุรกิจที่กว้างใหญ่ มีคู่แข่งมากราย เราจะทำอย่างไรให้ธุรกิจนั้น สามารถครองใจลูกค้าได้อย่างเหนียวแน่นหนึบ ไม่หนีไปไหน วีธีการสร้างแผนการแม่เหล็กดึงดูดลูกค้า หรือเรียกว่า Magnetic Service นั่นคือการสร้างแบรนด์ให้กับความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจกับลูกค้า ซึ่งแตกต่างจากการสร้างแบรนด์ให้สินค้าหรือบริการสักอย่างหนึ่ง เพราะความสัมพันธ์นั้นไม่หยุดนิ่ง แต่การจะสร้างแรงดึงดูดที่ว่าหรือ Magnetic Service เกิดจากการดังต่อไปนี้ความซื่อสัตย์ไว้วางใจ ความสัมพันธ์คงเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มีความซื่อสัตย์ไว้ใจกัน ในกรณีของความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจกับลูกค้า ความไว้ใจเริ่มจากความน่าเชื่อถือ เราจะไว้ใจธุรกิจที่มีหลักฐานอ้างอิงชัดเจน เราไว้ใจธุรกิจที่ประกาศแรงจูงใจและความต้องการอย่างเปิดเผย เราจะไว้ใจเมื่ออีกฝ่ายแสดงให้เห็นว่ามีความสามารถพอที่จะบริการหรือตอบสนองความต้องการของเราได้อย่างเต็มที่ เมื่อพิสูจน์ให้ลูกค้าไว้ใจได้แล้วจึงสามารถเริ่มต้นความสัมพันธ์และก้าวไปสู่ขั้นต่อไปมองให้ไกลกว่าความจำเป็นเฉพาะหน้า สินค้าหรือบริการส่วนใหญ่เกิดขึ้นเมื่อผู้ผลิตคำนึงถึงความต้องการหรือความจำเป็นของผู้บริโภคในขณะนั้น แต่ในการสร้างความสัมพันธ์ที่ถาวร เราต้องรับฟังลูกค้าอย่างตั้งใจเติมเสน่ห์ให้บริการ เสน่ห์ที่ว่าอาจเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ เหนือความคาดหมายของลูกค้า หรืออาจเป็นการปฏิบัติที่ก่อให้เกิดความผูกพันทางใจอย่างเต็มใจ

ตอบสนองความอยากรู้อยากเห็น กล่าวกันว่าคนเรามีธรรมชาติที่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน และอยากเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา ดังนั้น เมื่อผู้ให้บริการสามารถเข้าถึงสัญชาติญาณการเรียนรู้ของลูกค้าได้ ย่อมมีผลกระทบต่อความประทับใจของลูกค้าไม่น้อย วิธีหนึ่งที่ใช้ได้ผลคือ การให้ลูกค้าได้มีส่วนร่วมสร้างความอัศจรรย์ใจในบางครั้ง ความอัศจรรย์ใจทำให้ลูกค้ามีความสุข รู้สึกภาคภูมิใจ และผูกพันกับเรามากกว่าเดิม ความอัศจรรย์ใจเกิดขึ้นได้เมื่อได้รับของขวัญหรือบริการพิเศษอย่างไม่คาดฝัน เช่น ของสมนาคุณพิเศษในฐานะลูกค้าชั้นดี ดอกไม้และการ์ดวันเกิด ลูกค้ายิ่งมีความสุข ก็จะยิ่งประทับใจมากและยินดีที่จะประกาศเรื่องดี ๆ ที่ได้จากคุณ แบบปากต่อปากให้ความรู้สึกสบายใจ ความรู้สึกสบายใจช่วยให้ลูกค้ารู้สึกว่าสามารถควบคุมสิ่งต่าง ๆ ได้ความรู้สึกสบายใจเกิดจากความไว้วางใจและการคาดเดาได้ ธุรกิจใดก็ตามที่บริการมีปัญหาบ่อย ๆ จะทำให้ลูกค้าเข็ดหลาบ เพราะเกิดความประทับใจในแง่ลบ และเสียสุขภาพจิตเพราะความกังวลในสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ ธุรกิจของเราควรมีบริการที่เป็นระบบ เพื่อให้ลูกค้าสามารถมารับบริการด้วยความสบายใจ ไม่รู้สึกวิตกกังวล

ยิ่งให้ ยิ่งได้รับ กลวิธีการขายระดับแรก

ยิ่งให้ ยิ่งได้รับ กลวิธีการขายระดับแรกสำหรับการขายสินค้าหรือบริการนั้น สิ่งที่สำคัญมาก ๆ ในระดับหนึ่งเลยก็คือเรื่องของการทำงานในรูปแบบต่าง ๆ ที่จะต้องตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างดีเยี่ยมนั่นเองครับ เพราะว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นั้น ล้วนต้องการความจริงใจเป็นอย่างมาก สำหรับการให้บริการแก่ลูกค้า ซึ่งแน่นอนว่าเราเองก็ต้องพบต้องเจอกับลูกค้า ดังนั้นนอกจา่กบุคลิกที่น่าคบหาแล้วสิ่งที่ควรแนะนำเลยก็คือเรื่องของการเตรียมข้อมูลในเรื่องของข้อมูลการขายให้พร้อมครับ

“ยิ่งให้ ยิ่งได้รับ” หมายความว่า เราจะทำการขายด้วยการพูด หรือกรรมวิธีต่าง ๆ อย่างเป็นธรรมชาติ มองและเห็นถึงการแก้ปัญหากับลูกค้าได้อย่างตรงจุด จะเป็นการดีที่สุดนั่นเอง เพราะว่าสิ่งเหล่านี้นี่เอง จะทำให้ลูกค้าเห็นถึงความเป็นธรรมชาติกับการที่เราเลือกที่จะให้ข้อมูลสินค้าบริการ โดยไม่เชียร์การขายเกินไป

ยิ่งให้หมายความว่า เรายิ่งให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ให้กรรมวิธีที่ถูกต้องจะดีที่สุด ไม่เชียร์การขายเข้าบริษัทหรือร้านค้าแต่ฝ่ายเดียว ซึ่งแน่นอนหากลูกค้าพบปัญหาอีกครั้ง เค้าจะต้องนึกถึงเราที่จะสามารถช่วยแก้ปัญหาสินค้าและบริการต่าง ๆ ได้อย่างจริงใจอย่างแน่นอนนั่นเองครับ และการเลือกที่จะให้ก่อนนั้น สิ่งที่ตามมาคือการไว้เนื้อเชื่อใจและมาตรฐานต่าง ๆ อย่างดีเยี่ยม