เคล็ด…การสับยางรถยนต์ให้ถูกวิธี ที่คนใช้รถไม่ควรจะมองข้าม

 

สวัสดีเพื่อนๆ RAIDEN TIRES หลังจากที่เรามีการเสนอเกร็ดความรอบรู้เกี่ยวกับ เรื่องยางรถยนต์ ไปแล้วครั้งนี้ ก็จะเป็นเกร็ดความเข้าใจเกี่ยวกับการสลับยางรถยนต์ เมื่อถึงเวลาระยะว่าควรสลับอย่างไหน

ซึ่งการสลับยางรถยนต์ที่ถูกวิธีนั้น จะช่วยให้เรายืดอายุการใช้งานยางรถยนต์ของเราอีกด้วย เดี๋ยวเราไปชมกันเลยครับกับเกร็ดความรู้ในวันนี้ กับการ สลับยางรถยนต์ ที่ถูกวิธี

เว้นแต่ว่าที่เราได้รู้จักมักจี่เกี่ยวกับยางรถยนต์กันไปแล้วอีกสิ่งที่เราน่าให้ความสำคัญเมื่อเราได้ใช้รถไปถึงระยะ ตรวจเช็ค สิ่งที่พึงจะทำนอกเหนือจาก การสับเปลี่ยนน้ำมันรถเครื่อง กรองอากาศ ก็คือ การสับยาง

ซึ่งการสับยางนั้นก็จะมีรูปแบบในการสลับที่ถูกทาง เพื่อเราใช้ยางรถยนต์ได้ยาวนานขึ้น โดยการสับยางก็จำต้องดูด้วยว่า รถของเราเป็นรถที่ ขับล้อหน้า เคลื่อนล้อหลัง เคลื่อน 4 ล้อ โดยแต่ละแบบนั้นก็จะมีการสับยาง ที่ผิดแผกแตกต่างกัน ดังนี้

ในรถยนต์ที่เคลื่อนตัวล้อหน้า อาจสลับยางในแนวทะแยง สำหรับในรถยนต์ที่เคลื่อนตัว 4 ล้อ  ในเหตุที่รถ ได้ใส่ยางที่มีรูปร่างดอกยางที่วนไปในทางเดียว สำหรับรถที่ใส่ยางที่มีขนาดมิเสมอกันในล้อรถหน้าและหลัง

ในกรณีที่ปรารถนาสลับยางแบบ 5 วง ผู้ที่อยากที่สลับยางแบบใช้ยางอะไหล่ด้วย เพื่อให้ดอกยางของทั้ง 5 เส้น มีหน้ายางที่พอกัน ในกรณีที่ยางชิ้นส่วน มีแบบเดียวกับล้อที่เราใส่อยู่ก็อาจจะสลับยาง

เพื่อนๆคงได้เข้าใจถึงการสับยางที่ถูกทางไปแล้ว จะทำเอาเราสมารถใช้งานยางรถยนต์ได้ยาวนานยิ่งขึ้นซึ่งบางท่านอาจยังไม่เคยรับทราบมาก่อนกับ การเปลี่ยนยางที่ถูกทาง พร้อมทั้งอย่าลืมตรวจทานเช็คเครื่องยนต์เมื่อครบถ้วนระยะทางที่เขียนไว้กันด้วยนะครับ เพื่อนๆ อาจจะเกาะติดเกร็ดความรอบรู้ ดีๆ ยังงี้ที่ทางคณะทำงาน RAIDEN TIRES เอามาให้ชมกันได้ตลอดครับ

ธุรกิจอาหารเสริม

ธุรกิจ

สำนักงานสถิติแห่งชาติ สำรวจพฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและวิตามินของคนไทย มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยปี 2556 คนไทยบริโภคอาหารเสริมและวิตามินคิดเป็นร้อยละ 19.1 เมื่อเทียบกับประชากรทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 11.7 ในปี 2552 มูลค่าตลาดรวมประมาณสามหมื่นล้านบาท ขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 8 ต่อปี ส่งผลบวกต่อธุรกิจผลิต ธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมพร้อมดื่ม (รังนก,ซุปไก่สกัด,ผลไม้สกัดเข้มข้น) อาหารเสริมควบคุมน้ำหนัก ผลิตภัณฑ์ผสมวิตามินและสมุนไพร ให้มียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด และหากเปรียบเทียบกับประเทศตะวันตก เช่น สหภาพยุโรป มีระดับการบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 50-60 ของจำนวนประชากรทั้งหมด ดังนั้นตลาดยังเติบโตได้อีกมาก

อย่างไรก็ตามมีธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนในตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่มากนัก เนี่องจากคุณลักษณะเฉพาะของผลิตภัณฑ์ที่แตกต่าง คือ การใช้ผลิตภัณฑ์จะยังไม่เห็นผลทันทีต้องอาศัยระยะเวลาเพิ่อให้เห็นประโยชน์จากการใช้ จึงต้องอาศัยความเชื่อของผู้บริโภคค่อนข้างมากในการซื้อและใช้สินค้า ทั้งผลลัพธ์ที่ได้ยังอาจแตกต่างกันไปในแต่ละตัวบุคคล ยังผลให้ตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจึงกลายเป็นตลาดที่มีสินค้าที่หลากหลาย มีผู้เล่นรายใหม่เข้าสู่ตลาดมากมาย กระตุ้นการแข่งขันให้มีความเข้มข้นและรุนแรงจนกลายเป็นประเด็นท้าทายในด้านความยั่งยืนของธุรกิจ

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี หรือ TMB Analytics ศึกษาข้อมูลการจดทะเบียนนิติบุคคล พบว่า ธุรกิจที่เป็นผู้เล่นในตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร มีจำนวน 4,852 กิจการ ส่วนใหญ่ร้อยละ 94 เป็นธุรกิจจำหน่ายภายใต้แบรนด์สินค้าของธุรกิจเอง ผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายรูปแบบเดิม เช่น ร้านขายยา ร้านสะดวกซื้อ ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ ปัจจุบันได้เพิ่มการขายผ่านออนไลน์และโซเชียลเน็ตเวิร์ค เกาะกระแสเศรษฐกิจดิจิทอลมากขึ้น ส่วนอีกร้อยละ 6 หรือ 314 กิจการ เป็นธุรกิจรับจ้างผลิตสินค้าให้กับธุรกิจกลุ่มแรก ส่วนธุรกิจที่เป็นทั้งผู้ผลิตและจำหน่ายภายใต้แบรนด์สินค้าตัวเองทั้งหมดมีจำนวนน้อยรายและเป็นผู้ประกอบการขนาดใหญ่

ผู้บริโภคอาหารเสริมส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารผ่านแบรนด์สินค้า เนื่องจากผู้จำหน่ายเป็นเจ้าของแบรนด์สินค้าและสร้างแบรนด์ให้มีภาพลักษณ์ที่ดีผ่านการโฆษณา การตลาดหรือพรีเซ็นเตอร์โฆษณา เรามองว่า ธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจะมีโอกาสประสบความสำเร็จหากนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาดและสร้างการยอมรับจากผู้บริโภคได้ในวงกว้าง รวมถึงการเป็นผู้นำตลาดในผลิตภัณฑ์โดยสร้างภาพลักษณ์และความเชื่อถือให้กับแบรนด์สินค้า อย่างไรก็ตามธุรกิจก็ต้องนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างสม่ำเสมอ เพราะมีสินค้าทดแทนถูกนำเสนอเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง การพึ่งยอดขายสินค้าเพียงบางผลิตภัณฑ์จึงมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงความนิยมของผู้บริโภค

ด้านธุรกิจรับจ้างผลิต ซึ่งมีผู้ประกอบการจำนวนน้อยกว่า แต่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมอย่างสูง เนื่องจากต้องรับผิดชอบต่อเรื่องมาตรฐานการผลิต และความปลอดภัยของสินค้า ซึ่งมีผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคโดยตรง ดังนั้น ธุรกิจรับจ้างผลิตจึงต้องผ่านมาตรฐานการผลิตขั้นต่ำตามข้อกำหนดของภาครัฐฯ เช่น GMP HACCP Halal เป็นต้น อย่างไรก็ตาม จากการแข่งขันที่รุนแรงของตลาด ธุรกิจผลิตสินค้าใกล้เคียงกัน ดังนั้น ธุรกิจรับจ้างผลิตจึงควรสร้างความแตกต่างโดย นำเสนอสูตรผลิตภัณฑ์ ส่วนผสม หรือคุณลักษณะเฉพาะ ซึ่งจะทำให้เกิดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใหม่ๆ ต่อผู้ว่าจ้างเพิ่มขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา รวมถึงการทดสอบเพื่อให้ได้การรับรองมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัย นอกเหนือจากการนำเสนอความแตกต่างในการผลิตเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มแล้ว การลดต้นทุนการผลิตแต่ยังคงมาตรฐานและความปลอดภัยของสินค้าจึงเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจมีผลกำไรสูงขึ้นในระยะยาว

การออกบูธธุรกิจอย่างไรให้โดดเด่นและดึงดูดลูกค้า

การนำธุรกิจไปออกบูธเป็นกระแสที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาขาที่มีความเกี่ยวข้องกับการขายสินค้าและบริการ การออกบูธจึงกลายเป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกบริษัทควรต้องดำเนินการ แต่การออกบูธให้ประสบความสำเร็จไม่ใช่แค่ออกไปตั้งแผงโชว์และจำหน่ายสินค้าพอหมดวันก็เก็บของแยกย้ายกลับเท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงวิธีทำให้การออกบูธธุรกิจมีความน่าสนใจและดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาชมด้วย และเคล็ดลับการออกบูธให้โดดเด่นและดึงดูดลูกค้ามีดังต่อไปนี้

1.กำหนดเป้าหมายการออกบูธไว้ล่วงหน้า
การกำหนดเป้าหมายเป็นสิ่งแรกที่ผู้ประกอบการต้องดำเนินการ เพราะการไปออกบูธหากขาดการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนก็แทบไม่สามารถวัดความสำเร็จได้เลยว่าได้อะไรกลับมาบ้าง ดังนั้นผู้ประกอบการต้องวางเป้าหมายการออกบูธให้ชัดเจนก่อนว่าต้องการอะไร เช่น ยอดขายสินค้าเป็นจำนวนชิ้น รายได้ ฐานข้อมูลลูกค้า จำนวนผู้เข้าชม ซึ่งเป้าหมายที่วางไว้จะเป็นตัวกระตุ้นผู้ประกอบการและลูกน้องให้เร่งทำผลงานเพื่อให้ได้ตรงตามเป้าที่วางไว้

2.จัดบูธ เวที แสงสี เสียงให้อลังการ
ถ้าผู้ประกอบการไปออกบูธงานจัดแสดงและมีบูธธุรกิจใหญ่มาก การจัดพื้นที่ใช้สอยไม่ว่าจะเป็นส่วนเวทีแสดง ที่นั่งลูกค้า และซุ้มสินค้า ฯลฯ ถือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ผู้ประกอบการต้องเก็บรายละเอียดและให้ความสำคัญส่วนนี้ให้มากเป็นพิเศษ ซึ่งทุกอย่างต้องเข้ากันได้อย่างกลมกลืนกับธีมหลักของงานมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเวทีที่สามารถมองเห็นได้จากทุกทิศทางและโดดเด่น แสงสีเสียงที่ตระการตาน่าดึงดูด ซุ้มสินค้าที่ตั้งโดดเด่นภายในงาน แต่ถ้าหากงานที่ผู้ประกอบการไปออกแสดงเป็นพื้นที่ที่แบ่งเอาไว้เป็นล็อกๆ ไม่ได้กว้างมากนักและต้องใช้ร่วมกับผู้อื่น เราก็ยังต้องให้ความสำคัญเรื่องการตกแต่งและทำให้ออกมาสวยงามอยู่ดี แต่จะเน้นไปที่บอร์ดจัดแสดง Pop up, Roll up และธงแบบญี่ปุ่น แต่รูปแบบยังคงต้องจัดออกมาให้เข้ากับธีมที่กำหนดไว้และต้องมีจุดเด่นเหมือนเดิม

3.สื่อที่ใช้แสดงในการออกบูธ
หลังจากให้ความสำคัญเรื่องเวที แสง สี เสียงแล้ว ส่วนต่อมาที่ต้องให้ความสำคัญก็คือสื่อที่ใช้นำมาจัดแสดงในการออกบูธไม่ว่าจะเป็นแอลซีดีทีวี จอมอร์นิเตอร์ขนาดใหญ่ ลำโพง ต้องมีความพร้อมและสมบูรณ์แบบมากที่สุด เพราะมันคือสิ่งที่ช่วยดึงดูดความสนใจได้ในอันดับต้นๆ ของงานเลยก็ว่าได้ สามารถเรียกให้ลูกค้าทุกคนหยุดชมหรือเดินเข้ามาดูหากว่าพบเห็นจากในระยะไกล

4.MC คือโทรโข่งผู้เรียกลูกค้าเข้าบูธ
ปฏิเสธไม่ได้ว่าหากจะออกบูธธุรกิจให้ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องพึ่งความสามารถของพิธีกรหรือผู้มารับหน้าที่เป็น MC ค่อนข้างมาก ดังนั้นผู้ประกอบการต้องคัดเลือกและว่าจ้างผู้มีทักษะเรื่องนี้มารับหน้าที่แนะนำสินค้าและบริการภายในบูธ ซึ่งการคัดเลือกต้องดูที่บุคลิกภาพ รวมถึงทักษะการพูดเพื่อสื่อสารและมนุษย์สัมพันธ์กับลูกค้าเป็นสำคัญ แนะนำให้เลือกพิธีกรที่มีอารมณ์ขันเป็นอันดับแรก เพราะพวกเขาสามารถพลิกสถานการณ์เวลาที่เจอการท้าทายจากลูกค้าได้ นอกจากนี้หากผู้ประกอบการคิดจะใช้พนักงานของตนเองแทนที่การว่าจ้างพิธีกรจากภายนอกก็ขอให้ใช้หลักเดียวกันในการคัดเลือก แต่ขอให้เพิ่มในส่วนของความรู้ในเรื่องของสินค้าและบริการที่นำไปออกบูธเข้าไปด้วย

5.พริตตี้สร้างแรงดึงดูดเข้าบูธ
สาวสวยเป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่อาจช่วยให้ประสบความสำเร็จและได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องด้วยความสวยงามและการแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์จึงมักทำให้บูธตรงเป็นเป้าสนใจจนอยากเข้าชมทันทีที่พวกเธอมายืนแนะนำสินค้าอยู่ด้านหน้า ซึ่งการจ้างพริตตี้แม้จะมีข้อดีอยู่มาก แต่ก็มีข้อควรระวังเช่นกัน เพราะพริตตี้บางคนมีความรู้เกี่ยวกับสินค้าหรือบริการน้อยมากและอาจไม่สนใจจะศึกษาเพิ่มเติมด้วย จึงไม่สามารถให้ข้อมูลกับลูกค้าได้เท่าที่ควร ดังนั้นจึงจำเป็นต้องคัดเลือกพริตตี้ที่จะเป็นตัวเด่นในงานออกบูธของผู้ประกอบการให้ดีด้วย

6.จัดกิจกรรมเล่นเกมแจกของรางวัลในบูธ
การจัดกิจกรรมเล่นเกมเป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถสร้างความสนใจให้เกิดขึ้นจนลูกค้าอาจแวะเข้ามาชมบูธของเราก็ได้ ชนิดที่ว่าสามารถกลบคู่แข่งที่มาออกบูธข้างๆ ได้อย่างไม่เห็นฝุ่น เพราะการเล่นเกมเป็นกิจกรรมที่สนุกสนานและสามารถเรียกร้อยยิ้มพร้อมเสียงหัวเราะให้เกิดขึ้นได้จึงได้รับความนิยมมากเป็นพิเศษ โดยเกมที่เล่นเพื่อชิงของรางวัลอาจเป็นเกมง่ายๆ เช่น จับฉลาก เปิดแผ่นป้าย หรือประยุกต์เอาการละเล่นพื้นบ้านในอดีตของไทยมาใช้ก็เป็นแนวทางที่สามารถทำได้

7.ของแจกภายในงาน
ไม่ว่าเป็นใครต่างก็ชื่นชอบของฟรี การแจกสินค้าฟรีภายในบูธจึงเป็นเทคนิควิธีการที่เรียกความสนใจจากลูกค้าได้ดีที่สุด พวกเขาจะมากันชนิดที่เรียกกันว่าถล่มทลายเลยทีเดียว วิธีการนี้แม้จะได้ผลดีและรวดเร็ว แต่มีความเสี่ยงที่สูงมากว่าเป้าหมายที่แท้จริงของผู้ประกอบการอาจสื่อสารไปไม่ถึงกลุ่มลูกค้า เพราะลูกค้าต่างมัวแต่ไปรุมแย่งของฟรีกันหมด ผู้ประกอบการจึงต้องหาวิธีการสอดแทรกเนื้อหาสาระลงไปด้วย

เทคนิคนำธุรกิจไปออกบูธให้โดดเด่นและดึงดูดใจลูกค้าคือการเปิดเกมรุกจู่โจมเข้าใส่กลุ่มลูกค้าโดยทันที หาใช่เป็นการไปออกบูธแสดงตัวเฉยๆ ดังนั้นผู้ประกอบการต้องมีความคิดสร้างสรรค์บวกกับวิธีการนำเสนอที่น่าสนใจจึงจะเป็นหลักการคิดที่ถูกต้องและจะประสบความสำเร็จทุกครั้งที่ไปออกบูธซึ่งจะมีผลต่อเนื่องไปสู่การทำธุรกิจในอนาคตอย่างแน่นอน

สร้างสรรค์บริการที่ประทับใจด้วย Service Minded

Service Minded คือการมีจิตบริการ เป็นผู้ให้ความช่วยเหลือลูกค้า และมุ่งสร้างความประทับใจให้ลูกค้า ได้รับความทรงจำที่ดี ให้ระลึกถึง ให้ยิ้มได้เสมอ เมื่อคิดถึงเรา ดังนั้นอย่าลังเลที่จะเริ่มต้นสร้างสรรค์บริการที่ประทับใจ
การให้บริการที่ดี ที่น่าประทับใจนั้น เป็นสิ่งที่ลูกค้าค้นหาและตั้งตารอคอยมาโดยตลอด ว่าจะได้สัมผัสกับบริการที่ยอดเยี่ยม เพราะบริการที่น่าประทับใจจะสร้างความสุขให้กับลูกค้า สร้างรอยยิ้มให้เกิดขึ้นกับลูกค้าได้ ที่สำคัญบริการที่น่าประทับใจจะเป็นการสร้างความทรงจำที่ดีให้กับลูกค้าให้ระลึกถึงอยู่เสมอ การที่จะสร้างสรรค์บริการที่ประทับใจให้ลูกค้าได้นั้น ต้องเริ่มต้นเรียนรู้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสินค้าและบริการที่เป็นของธุรกิจขององค์กร และรู้จักลูกค้า ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับพนักงานและผู้ให้บริการทุกส่วน อย่างเช่น
1.รู้จักสินค้าและบริการเป็นอย่างดี เป็นเรื่องที่พนักงานทุกคนในองค์กร ควรเรียนรู้ ทำความรู้จักอย่างชัดเจน พนักงานส่วนใหญ่เข้าใจผิด คิดว่าการทำความรู้จักสินค้าและบริการขององค์กรนั้นเป็นหน้าที่ของฝ่ายขาย แต่จริง ๆ แล้วทุกส่วนงาน หรือพนักงานทุกคนในองค์กรต้องรู้ โดยสามารถให้คำแนะนำลูกค้าได้เบื้องต้นหรือส่งต่อบริการให้ส่วนงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง
2.รู้ขั้นตอนวิธีการส่งมอบบริการลูกค้าเป็นอย่างดี เพื่อให้ลูกค้าได้รับสินค้าหรือบริการที่ได้มาตรฐานพร้อมบริการที่น่าประทับใจ
3.รู้จักลูกค้าเป็นอย่างดี เพราะการทำความรู้จักลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องรู้ว่าลูกค้าของเรา คือใคร และใครคือลูกค้าสำคัญขององค์กร ที่สร้างรายได้หลัก ที่ใช้บริการกับองค์กรอย่างต่อเนื่อง
4.ข้อมูลสำคัญเพื่อทำการรู้จักลูกค้า ประกอบไปด้วย
– ทำความรู้จักตัวตนของลูกค้า
– ลูกค้าเคยประสบปัญหาในการใช้บริการในเรื่องใดบ้าง
– ลูกค้ายังคงใช้บริการกับองค์กร อย่างต่อเนื่องหรือไม่
5.รู้วิธีการที่จะส่งมอบความประทับใจให้ลูกค้า โดยการยิ้มรับทุกความคิดเห็นด้วยความยินดี เพราะทุกมุมมองจากลูกค้ามีคุณค่าต่อการพัฒนาบริการ เพื่อนำมาปรับกลยุทธ์ และวิธีการทำงาน เพื่อชนะใจลูกค้าได้อย่างยั่งยืน
จะเห็นได้ว่า การที่เราจะสร้างสรรค์บริการที่ประทับใจให้ลูกค้าได้นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเรียนรู้หลายอย่าง เพราะหากเราได้นำความรู้เหล่านั้นมากลั่นกรองและนำมาปฏิบัติให้เกิดประโยชน์ ก็จะสามารถสร้างคุณค่าให้กับองค์กร ส่งผลถึงการสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า ได้รับบริการที่เหนือความคาดหมายอีกด้วย

วิธีการสร้างฐานลูกค้า เพื่อผลตอบแทนที่คุ้มค่า

การมีฐานลูกค้าที่เหนียวแน่น ทำให้ธุรกิจอยู่รอดและมีการขยายตัว สำหรับการชนะใจลูกค้า มีเทคนิคง่ายๆ ดังนี้

1.เรื่องของวิธีการที่จะนำมาใช้ชี้บ่ง หรือระบุ ความต้องการของลูกค้า การให้ความสำคัญต่อการวิจัยตลาด ซึ่งการวิจัยตลาดเพื่อตรวจสอบหาความต้องการของลูกค้ายิ่งมีความสำคัญมากขึ้นในธุรกิจปัจจุบัน เนื่องจากผู้บริโภคจะมีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและซับซ้อนมากขึ้น นอกจากนี้ ธุรกิจจะต้องคาดการณ์ความต้องการของลูกค้าที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ว่าควรจะมีทิศทาง หรือ การเปลี่ยนแปลงอย่างไรจะทำให้ธุรกิจของเราตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ไวกว่าปกติ

2.การสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า ซึ่งองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดก็คือเรื่องของการให้บริการในระหว่างการขาย ที่จะทำให้ลูกค้าได้ความประทับใจ เช่น การให้ข้อมูลสินค้าหรือบริการที่ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจซื้อ และอัธยาศัยที่ดีของพนักงานขาย ต้องเริ่มจากความพึงพอใจในการทำงานของพนักงาน พนักงานมีความต้องการที่จะทำงานให้บริษัทเพื่อสร้างความสำเร็จให้กับบริษัท การสร้างความพึงพอใจให้กับพนักงาน  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการสร้างบรรยากาศที่ดีในสถานที่ทำงาน การกระตุ้นและให้กำลังใจ ซึ่งสิ่งนี้ตอบความต้องการของลูกค้าได้อย่างเหนือความคาดหมาย

3.การสนองตอบที่มีความรวดเร็วกว่าคู่แข่ง ซึ่งจะทำได้โดยผู้บริหารจะต้องปรับวิธีการทำงานภายในให้มีความคล่องตัวมากขึ้น เพื่อหวังผลในการตอบสนองตลาดได้เร็วขึ้น ซึ่งจะทำให้ธุรกิจได้เปรียบจากการเป็นคนแรกในตลาด

4.การใช้เครื่องมือทางการบริหารจัดการสมัยใหม่ การติดตามสัญญาณการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี การเปลี่ยนวิธีการทำงานจากการต้องทำบันทึกหรือทำเรื่องเสนอเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์กับลูกค้า

5.การนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ออกสู่ตลาดอย่างรวดเร็ว สร้างนวัตกรรมที่มีการวางแผนไว้ล่วงหน้าอย่างรัดกุม การสร้างความแปลกใหม่ให้กับลูกค้าและตลาดอาจใช้กลยุทธ์การปรับเปลี่ยนเพียงเล็กน้อย ซึ่งจะทำให้เกิดสินค้าใหม่ได้เร็วขึ้น

6.พัฒนาคุณภาพหรือปรับปรุงคุณภาพในบางเรื่องให้ดีขึ้น เช่น เพิ่มสี กลิ่น รส ที่แตกต่างไปจากสินค้าเดิม ให้เด่นกว่าคู่แข่ง หรือทำสินค้าในแบบที่ลูกค้าชอบเฉพาะตัว

การสร้างสิ่งดึงดูดใจลูกค้าเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา ในความเป็นจริงนั้นถึงแม้จะใช้ระยะเวลานาน แต่กลับได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าเลยทีเดียว

กลยุทธ์วิธีในการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า ให้กับมาใช้บริการเรื่อยๆ

การทำธุรกิจที่ต้องสัมพันธ์กับลูกค้า ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด ล้วนเป็นความรู้สึกที่มีต่อสินค้าในแง่บวกหรือลบเสมอ ทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อสินค้าเพิ่ม ทำให้ธุรกิจของเราอยู่เหนือกว่าคู่แข่งรายอื่นๆ ดังนั้นเราควรทำอย่างไรให้ลูกค้าประทับใจ และกลับมาซื้อผลิตภัณฑ์ของเราอีกเรื่อยๆ

1.การสำรวจเส้นทาง ลำดับเหตุการณ์ตามที่ลูกค้าจะได้เจอเมื่อพวกเขาต้องการความช่วยเหลือจากเรา ความสะดวกสบาย ระดับอารมณ์ สิ่งเหล่านี้ช่วยบ่งบอกความต้องการของลูกค้า

2.สำรวจความคาดหวัง ด้วยการไปทดลองเป็นลูกค้าเอง หรือไปเดินตามร้านสะดวกซื้อ หรือศูนย์การค้าเพื่อดูว่าธุรกิจใหญ่ๆ นั้นลงรายละเอียดเรื่องความคาดหวังของลูกค้ากันขนาดไหน หรือถ้าจะให้ดีกว่านั้น เราอาจต้องลองดูด้วยว่าบริษัทคู่แข่งของเราต้อนรับและตอบรับลูกค้ากันอย่างไรบ้าง

3.พื้นที่แสดงความคิดเห็น ธุรกิจหลายเจ้า ไม่ชอบที่จะให้มีในส่วนนี้เพราะคิดว่ามันไม่จำเป็นและอาจจะส่งผลเสียให้กับธุรกิจได้หากผู้บริโภคแสดงความคิดเห็นที่เป็นด้านมืดหรือจุดบกพร่องของสินค้าและบริการของบริษัทออกมา ซึ่งหากผู้ประกอบการมีใจที่เปิดกว้างพอจะทราบว่าจุดนี้เป็นวิธีการตรวจวัดกระแสตอบรับที่ดีที่สุดและผู้ประกอบการยังสามารถนำข้อมูลที่ได้รับมาไปใช้ในการพัฒนาธุรกิจต่อได้อีกด้วย ดังนั้นผู้ประกอบการควรที่จะเปิดพื้นที่ส่วนหนึ่งภายในเว็บไซต์ให้ผู้บริโภคแสดงความคิดเห็นกัน

4.สังเกตพฤติกรรม เป็นการลงรายละเอียดการกระทำที่จำเป็นต้องเฉพาะเจาะจง เพื่อให้เกิดประสบการณ์ที่ดีตามความคาดหวังในข้อ 2 ลงไปให้มากที่สุด ทั้งทางด้านเทคนิคในการทำงาน ไปจนถึงสคริปต์และภาษาที่ใช้ เช่น แบบฟอร์มกระชับ ไม่ยืดเยื้อ ถามเท่าที่จำเป็น

5.รอผลตอบรับจากลูกค้า การดูแลเอาใจใส่ลูกค้าอย่างสมเหตุสมผลจำเป็นต้องถูกปลูกฝังอยู่ในใจกลางหลักขององค์กร ต้องใส่ใจต่อความเห็นลูกค้าอย่างต่อเนื่อง การรับฟังความคิดเห็นทุกด้าน และช่วยกันประมวลเพื่อนำไปปรับปรุงขั้นตอนที่ 3 จะทำให้ลูกค้ารู้สึกดีขึ้นเรื่อยๆ

การดึงดูดลูกค้าใช้กับมาใช้บริการธุรกิจของเราซ้ำย่อมเกิดผลดีต่อยอดไปเรื่อยๆ หากเราใส่ใจให้บริการ และคอยสังเกตความรู้สึกของลูกค้าอยู่เสมอ ลูกค้าไม่มีทางหนีไปไหนแน่นอน

การสร้างความพึงพอใจและดึงดูดใจลูกค้าให้กลับมาใช้บริการอีก

การสร้างภาพลักษณ์ในด้านต่างๆที่ดีเป็นสิ่งสำคัญ คือ หากมีภาพลักษณ์ที่ดีก็มีชัยไปกว่าครึ่ง ไม่ว่าจะเป็นด้านการแต่งกาย การพูดจา การตอบกลับอย่างรวดเร็ว และการติดตามประเมินผล ล้วนแล้วแต่ที่จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้ ดังนั้นการทำธุกิจจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้าโดย

1.สร้างสรรค์ website ให้ดูดีเสมอ ผู้คนจะตัดสินเว็บของคุณอย่างรวดเร็วและตกลงใจไม่ว่าพวกเขาจะอยากให้โอกาสคุณมาเป็นบริษัทหรือเป็นนายหน้าของพวกเขาหรือไม่ ด้วยการจัดวางและรูปภาพที่ดึงดูด พร้อมทั้งข้อมูลการติดต่อที่จัดวางบน home page ที่ชัดเจนเก็จะทำให้ website นั้นเริ่มต้นได้ดีทีเดียว

2.ถามลูกค้าว่าอยากให้ตอบกลับด้วยวิธีไหน อย่างเช่น ใช้ E-mail หรือ วิธีการโทร เพราะการติดต่อผู้คนด้วยวิธีการที่พวกเขาพึงพอใจ ถือเป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่จะเข้าถึงลูกค้าได้อย่างสมเหตุสมผล

3.ตอบกลับให้เร็ว เพราะคนส่วนใหญ่ทุกวันนี้คาดหวังคำตอบจากสิ่งที่พวกเขาถามไว้กลับมาภายในกรอบเวลาที่สมเหตุสมผลไม่ว่าจะทาง E-mail หรือ โทรศัพท์ ที่สำคัญคือควรตอบกลับในช่วงเวลาที่ลูกค้าสะดวก โดยทำให้เห็นว่าสามารถที่จะดูแลพวกเขาเหมือนลูกค้าและดูแลในส่วนที่ลูกค้าต้องการจริงๆได้

4.ศึกษาลูกค้า เพราะการศึกษาลูกค้าและจัดการความคาดหวังของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น การมีข้อเท็จจริง เอกสาร ข่าวสาร Blog จะช่วยให้ลูกค้าเข้าใจว่ามาจากไหน

5.คิดในมุมมองเดียวกับลูกค้า โดยควรแสดงให้เห็นว่าได้อยู่ข้างเดียวกับลูกค้า ด้วยการฟังคำถามของพวกเขาและสิ่งที่พวกเขาชอบ

6.การสำรวจและติดตามผล เพราะเป็นเครื่องมือที่มีคุณค่าที่สามารถทำการสำรวจลูกค้าได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ติดต่อ จากนั้นค้นหาว่าลูกค้าชอบหรือไม่ชอบอะไรในสินค้าโดยวิเคราะห์คำตอบของลูกค้าเพื่อหาว่าอะไรที่สามารถปรับปรุงได้ และควรจะพัฒนาอย่างไร ทั้งนี้จากการสำรวจที่ได้จะช่วยให้ตัดสินใจเกี่ยวกับธุรกิจตนเองได้อย่างชาญฉลาดยิ่งขึ้น

ดังนั้น การที่จะสร้างความพึงพอใจและดึงดูดใจแก่ลูกค้าให้กลับมาใช้บริการอีกนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาข้อมูลของลูกค้ารวมทั้งจะต้องมีการบริการที่ดีดังที่กล่าวมาเพียงเท่านี้ก็จะสามารถทำให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

 

การวางแผนเพื่อดึงลูกค้าให้กลับมาหาธุรกิจของเราเรื่อยๆ

การวางแผนเพื่อดึงลูกค้าให้กลับมาหาธุรกิจของเราเรื่อยๆ นั้นหัวใจหลักก็อยู่ที่ความสุขของลูกค้านั่นเอง และนี่คือ 5 วิธีการทำให้เกิดการซื้อซ้ำ

1.ขยันใช้ข้อมูล

ข้อมูลคือทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดของบริษัท อย่าแค่ไปเก็บข้อมูลเพื่อนำเข้าแฟ้มเฉยๆ แต่ให้เอามาวิเคราะห์และประมวลผล หาทุกโอกาสที่สามารถทำได้เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ธุรกิจ

2.สื่อสารหาลูกค้าเรื่อยๆ และทำให้น่าสนใจ

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าขาดการติดต่อเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นวันสำคัญ เช่น วันขึ้นปีใหม่ วันวาเลนไทน์ หรือ วันเกิดของลูกค้า เราสามารถใช้โอกาสเหล่านี้ติดต่อไปยังลูกค้าเพื่ออวยพรหรือเสนอโปรโมชั่นพิเศษ ต้องคอยเตือนให้พวกเขารู้ว่าพวกเขาเป็นลูกค้าคนพิเศษของเราอยู่เสมอ ซึ่งจะทำให้ลูกค้านึกถึงเราและเลือกซื้อสินค้าจากเราเป็นแบรนด์แรกๆ

3. ทำให้ลูกค้าซื้อได้อย่างสะดวกและซื้อได้เรื่อยๆ

ลองทำตัวเป็นลูกค้าแล้วทดลองใช้สินค้าหรือบริการตามช่องทางปกติเพื่อดูว่ามีอุปสรรคอะไรในการซื้อหรือไม่ ลองคิดว่าหากเราเป็นลูกค้า เราอยากให้เปลี่ยนอะไรบ้าง หรืออาจลองถามลูกค้าเลยก็ได้เพื่อดูว่าจะการซื้อขายให้ง่ายขึ้นได้อย่างไร

4.สัญญาแล้วทำให้ได้

คำสัญญาหรือการเสนอโปรโมชั่นใดควรทำให้ได้จริง ธุรกิจของเราจะต้องดำเนินไปอย่างที่เคยประกาศไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม เช่น บอกว่าสะสมแต้มครบแล้วจะได้ของสมนาคุณ ก็ต้องมีของให้กับลูกค้าจริงๆ สิ่งเล็กน้อยเหล่านี้จะสะสมเป็นความรู้สึกของลูกค้าต่อธุรกิจของเราในที่สุด กฎก็คือ สัญญาน้อยๆ เข้าไว้ แต่เมื่อถึงเวลาให้จึงค่อยให้มากๆ ลูกค้าจะประทับใจแน่นอน

5. ทดลองและวัดผลทุกอย่าง

ทำการทดลองและวัดผลทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นการลงโฆษณาหรือการทำการตลาดต่างๆ ตัวเลขสถิติเหล่านั้นต้องนำมาคำนวณเพื่อวัดประสิทธิภาพสิ่งที่ทำไปให้ได้ เพราะเมื่อเรารู้ค่า ROI (ค่าตอบแทนจากการลงทุน) เราก็จะสามารถรู้ได้ทันทีว่าแผนการตลาดนั้นคุ้มค่าเงินที่ลงไปหรือไม่ หากไม่คุ้ม เราจะได้ไหวตัวและแก้เกมได้ทันนั่นเอง

ท้ายที่สุดแล้วคนเราก็เลือกซื้อสินค้าหรือบริการจากธุรกิจที่ชอบ และภักดีกับแบรนด์ที่รู้สึกดีหรือผูกพันด้วย คนจำนวนมากยินดีจ่ายมากกว่าเพื่อสิ่งของหรือบริการที่ดีกว่า เพราะฉะนั้นการแข่งขันเรื่องราคาจึงไม่ใช่คำตอบเสมอไป อย่าลืมหาวิธีพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจของเราและลูกค้าอยู่เสมอ เพราะคงไม่มีใครอยากเสียลูกค้าให้คู่แข่งอย่างแน่นอน ไม่แม้เพียงคนเดียวก็ตาม

การสร้างความประทับใจผ่านการบริการ เพื่อดึงดูดใจลูกค้า

ในการทำธุรกิจปัจจุบันนี้มีการแข่งขันเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆผู้ประกอบการต่างก็สร้างจุดแข็งของตนออกมาต่อสู้ซึ่งสิ่งหนึ่งที่สามารถช่วยให้ครองใจลูกค้าได้คือ การบริการอันยอดเยี่ยมหากลูกค้าประทับใจการบริการจนกลับมาใช้บริการอีกและบอกต่อความประทับใจนี้ไปยังกลุ่มเพื่อนๆ นั่นหมายถึงความสำเร็จในการรักษาฐานลูกค้าเดิมและยังช่วยขยายฐานลูกค้าใหม่ได้อีกด้วย ผู้ประกอบการควรจะมีการพัฒนาการให้บริการลูกค้าให้ดีเยี่ยม ควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการต่างๆดังนี้
1.พัฒนาบุคลิกภาพพนักงานทั้งบุคลิกภาพและภาพลักษณ์ภายนอกของพนักงาน เพราะบุคลิกภาพที่ดีจะสร้างความประทับใจแรกแก่ลูกค้าได้ เช่น การยิ้มแย้มและรับฟังสิ่งที่ลูกค้าพูด ในด้านภาพลักษณ์ภายนอกของพนักงาน เช่นการแต่งกายเรียบร้อยถูกกาลเทศะและสะอาดสะอ้าน
2.การจริงใจในการบริการ เป็นอีกสิ่งที่ผู้ประกอบการไม่ควรมองข้าม โดยผู้ประกอบการควรเน้นให้พนักงานบริการลูกค้าด้วยความสุภาพ พูดจาไพเราะ ให้ความสนใจกับลูกค้าเป็นสำคัญ ให้ข้อมูลตรงไปตรงมา ที่สำคัญพนักงานขายควรบอกได้ว่าลูกค้าต้องการสินค้าหรือบริการชนิดใด เพราะบางครั้งตัวลูกค้าอาจยังไม่แน่ใจหรือไม่รู้ว่าตนเองต้องการสินค้านั้นจริงหรือไม่ อาจเพราะข้อมูลต่างๆ มากเกินไป ทั้งนี้การบริการอย่างเป็นมิตรจะช่วยให้การชนะใจลูกค้าเป็นเรื่องง่ายมากขึ้น
3.การบริการหลังการขาย เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ทำให้ลูกค้าเกิดความผูกพันกับแบรนด์สินค้าของผู้ประกอบการมากขึ้นได้ อย่างเช่น มี call centerไว้คอยบริการลูกค้า โดยเน้นการบริการอย่างรวดเร็วและแก้ปัญหาได้ถูกจุด
4.มีการปรับปรุงและพัฒนาสินค้าอยู่เสมอ เพื่อให้การบริการถูกใจและตรงความต้องการของลูกค้า ทำให้ลูกค้าประทับใจมากยิ่งขึ้น5.ต้องไม่ขาดการติดต่อกับลูกค้า ทั้งนี้ผู้ประกอบการอาจเลือกใช้การแจ้งข่าวสารต่างๆ เป็นการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า หรือการส่งข้อความทางโทรศัพท์และอีเมล์ เป็นต้น แต่ก็ไม่ควรส่งเยอะจนเกินไปเพราะจะทำให้ลูกค้ารู้สึกรำคาญได้

ดังนั้นการบริการทีดีเยี่ยมนั้นจะช่วยสร้างความประทับใจให้ลูกค้าได้มากขึ้นและความประทับใจในการดึงดูดลูกค้าเก่าได้เป็นอย่างดีและยังได้ลูกค้าใหม่ให้เข้ามาเรื่อยๆ ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสทางการค้าได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

วิธีพื้นฐานในการดึงดูดใจลูกค้า

ผู้ประกอบการไม่ควรมองข้ามการสร้างความมั่นคงทางธุรกิจด้วย การดึงดูดใจลูกค้า และรักษาฐานลูกค้าให้มั่นคง ทำให้ลูกค้ารู้สึกไว้วางใจในสินค้า ในขณะที่ผู้ประกอบการบางรายกับคิดว่า ลูกค้าเลือกสินค้าจากราคา แต่ในความเป็นจริงนั้นยังมีปัจจัยอีกมากมายที่ทำให้ลูกค้ายอมควักเงินออกจากกระเป๋า

ปัจจัยความเรียบง่ายของสินค้า ที่ไม่มีความยุ่งยากในการใช้งาน หลายธุรกิจมีสินค้าที่ดูน่าสนใจ แต่ลูกค้ากับพบความยุ่งยากในสินค้า ทำให้สินค้าไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร เช่น ธุรกิจร้านอาหารที่มีรสชาติ และคุณภาพของอาหารดีมาก แต่กลับตั้งอยู่ในสถานที่ที่เข้าถึงได้ยาก ทำให้ลูกค้าที่อยากตัดสินใจไปลองชิมก็ต้องตัดใจเพราะการเดินทางที่ไม่สะดวก

ความรับผิดชอบเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งในการทำธุรกิจ หลายครั้งที่สินค้าและบริการมีความผิดพลาดส่งผลให้ลูกค้าเกิดความไม่พอใจ ดังนั้นเราจึงควรหาวิธีรับมือความผิดพลาดเหล่านี้ จากนั้นจึงดำเนินการแก้ไข เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับการบริการที่น่าพึงพอใจกลับไปอยู่เสมอ

การสร้างความแตกต่างอย่างสร้างสรรค์ ทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจ และตอบสนองพวกเขาอยู่เสมอ คำถามก็คือเราจะทำอย่างไรที่จะทำให้สินค้าและการบริการของเรานั้นสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้มากที่สุด ซึ่งสิ่งที่สร้างสรรค์และแตกต่างนี่ล่ะคือคำตอบที่จะช่วยให้สินค้าและการบริการของเราเป็นที่สนใจของลูกค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีใหม่ๆ ยิ่งต้องปรับตัวและมองหาอะไรใหม่ๆ มาตอบสนองความต้องการของลูกค้าอยู่เสมอ

การแนะนำลูกค้า หาข้อมูลเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า หากเราไม่สามารถให้คำแนะนำดีๆ กับพวกเขาได้เลย อาจเป็นสาเหตุให้ลูกค้าเปลี่ยนใจไปหาสินค้าและบริการของเจ้าอื่นแทน และไม่ให้โอกาสกับเราอีกเลยก็ได้ ดังนั้นการเตรียมตัวหาหมั่นหาข้อมูลที่ถูกต้องจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เพื่อเตรียมตัวตอบคำถามและให้คำแนะนำกับลูกค้านั้น จะทำให้เรานั้นดูเป็นมืออาชีพ มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น และยิ่งเป็นการเพิ่มโอกาสในการขายได้มากขึ้นตามมาอีกด้วย จากที่กล่าวมานี่เป็นวิธีเบื้องต้นในการทำให้สินค้าและบริการของเราเป็นที่ดึงดูดใจของผู้บริโภคอย่างง่ายดาย

วิธีหาลูกค้าใหม่วิธีแรกในการทำธุรกิจเพื่อดึงดูดลูกค้าให้มากที่สุด

7

วิธีหาลูกค้าใหม่วิธีแรกคือจัดทำฐานข้อมูลลูกค้าปัจจุบัน โดยเลือกกลุ่มที่มียอดใช้จ่ายและใช้บริการสูงสุดยี่สิบเปอร์เซ็นต์แรกของลูกค้าทั้งหมด แล้วเก็บสถิติข้อมูลทางประชากรศาสตร์ เช่น อายุ เพศ รายได้ ที่อยู่ ไปจนถึงข้อมูลส่วนบุคคลอย่างนิตยสารหรือเว็บไซต์ที่ชอบ รวมถึงสื่อที่ลูกค้ากลุ่มนั้นเปิดรับ ฯลฯ เหตุที่ต้องทำเช่นนี้ก็เพราะข้อมูลเหล่านั้นจะช่วยให้สามารถหาลูกค้าใหม่ได้ และยังรวมถึงการจัดทำการส่งเสริมการตลาดที่เหมาะสมจากกลุ่มประชากรที่มีความใกล้เคียงกับลูกค้าชั้นดีของเราด้วย แต่หากเราไม่ต้องการเก็บข้อมูลด้วยตนเอง การซื้อข้อมูลจากบริษัทที่ขายข้อมูลด้านนี้โดยเฉพาะก็เป็นทางเลือกที่สะดวกเช่นกัน แต่ข้อควรระวังคือต้องแน่ใจว่าฐานข้อมูลที่ซื้อมานั้นตรงกับกลุ่มลูกค้าของเราจริงๆ และข้อมูลที่ได้มานั้นต้องไม่เป็นข้อมูลที่ล้าสมัยแล้ว

นอกจากข้อมูลลูกค้าเก่าที่แสนจะมีประโยชน์แล้ว ตัวลูกค้าเก่าเองยังเป็นแหล่งดึงดูดลูกค้าใหม่ที่มีประสิทธิภาพอีกด้วย เพราะหากลูกค้าเก่าประทับใจสินค้าและบริการของเราก็อาจบอกต่อไปกับคนรู้จัก แต่ทั้งนี้เราก็ไม่ควรนิ่งนอนใจเพราะลูกค้าเก่าอาจไม่บอกต่อก็ได้หากไม่มีประโยชน์อะไรกับตัวลูกค้าเอง ดังนั้นเราอาจจูงใจด้วยวิธีต่างๆ เช่น หากลูกค้าเก่าพาคนรู้จักมาใช้บริการด้วยก็จะได้สิทธิพิเศษ หรืออาจทำให้ลูกค้าเก่าเห็นว่า ‘เขาคือคนสำคัญของเรา’ ด้วยการเขียนชื่อลูกค้าหลังนามบัตรจำนวนหนึ่งมอบให้เพื่อให้ลูกค้านำไปแจกจ่ายเพื่อนๆ และเมื่อเพื่อนๆ ของลูกค้ามาซื้อสินค้าและบริการพร้อมนำนามบัตรนั้นมาด้วยจะได้ส่วนลดพิเศษ และหากมีลูกค้าใหม่นำนามบัตรดังกล่าวมาใช้บริการ เราก็ควรส่งจดหมายไปขอบคุณลูกค้าเก่าที่นำนามบัตรไปให้เพื่อนๆ ด้วย เมื่อเราได้ข้อมูลลูกค้าใหม่มาแล้ว สิ่งแรกที่ต้องทำคือดึงดูดพวกเขาด้วยการส่งเสริมการตลาดที่เหมาะสมกับลูกค้ากลุ่มนั้นๆ ซึ่งหมายความว่าหากเรามีลูกค้าหลายกลุ่ม วิธีการส่งเสริมการตลาดก็ต้องมีหลายรูปแบบแตกต่างกันออกไปเพื่อรองรับความแตกต่างของลูกค้า เพราะการหาจุดร่วมระหว่างรสนิยมของหญิงสาววัยรุ่นกับสตรีวัยเกษียณนั้นยุ่งยากยิ่งกว่าการออกโปรโมชั่นแยกหลายเท่าตัวนัก

Social Marketing ทำให้เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น

complejosamanco.com

เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทำให้เกิดการตลาดรูปแบบใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะการทำการตลาดทางอินเตอร์เน็ต ที่ทำให้การตลาดสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วโดยใช้เวลาเพียงนิดเดียว การทำการตลาดด้วย Social Marketing เข้ามามีบทบาทในการทำการตลาดของธุรกิจมากขึ้น ซึ่งในหลายๆธุรกิจต่างให้ความสำคัญกับการตลาดประเภทนี้มาก ในหลายๆองค์กรกับเสียเงินไปกับการทำการตลาดด้วย Social Marketing แบบผิดวิธีโดยที่ไม่เกิดประโยชน์

นักการตลาดส่วนมากไม่รู้ว่า Content ที่ถูกส่งออกไปยังSocial กำลังพูดถึงเรื่องอะไรกันอยู่ Content บางอย่างอาจเกิดขึ้นตามกระแส Content บางอย่างอาจถูกถ่ายทอดโดยไม่ไตร่ตรอง จนทำให้เนื้อหาไม่ถูกถ่ายทอดเพื่อให้คนจดจำแบรนด์เลย ด้วยเหตุนี้จึงทำให้การตลาดด้วย Social Marketing จึงต้องสอดคล้องกับภาพลักษณ์ซึ่งทางผู้ประกอบการหรือนักการตลาดต้องพิจารณาก่อนว่าแบรนด์เรามีลักษณะอย่างไร ก่อนจะถ่ายทอดความหมายออกมา ซึ่งวิธีนี้จะทำให้ผู้คนจดจำภาพลักษณ์และจุดเด่นของแบรนด์ได้ดี

การที่เราลง Content ควรมีแบบแผนที่ชัดเจน โดยวิเคราะห์จากกลุ่มเป้าหมาย เช่น ถ้าลูกค้าอยู่ในกลุ่มวัยทำงาน ก็อาจจะโพสต์Content ในช่วงพักกลางวัน หรือกลังเลิกงานก็ได้ การทำเช่นนี้จะทำให้การทำการตลาดมีแบบแผนมากขึ้น และควรเลือกใช้ Content ให้หลากหลายเพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซาก หลังจากลูกค้ามีผลตอบรับกลับมาก็นำมาปรับใช้เรื่อยๆ

ควรใช้แบรนด์ในการเป็นสื่อกลางระหว่างลูกค้าที่มีความชอบในแบรนด์เดียวกัน ให้มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน ทำให้กลุ่มลูกค้ามีความเหนียวแน่น และมีความจงรักภักดีต่อแบรนด์ แม้ว่าลูกค้าจะมีความกระจัดกระจายกัน แต่ก็ยังมี Social ที่ทำการเชื่อมโยงลูกค้าไว้ด้วยกัน นอกจากนี้ผู้ประกอบยังทราบถึงข้อคิดเห็นในตัวสินค้าและบริการว่าควรปรับปรุงอย่างไร ดังนั้นแบรนด์ควรทำหน้าที่เชื่อมลูกค้าไว้ด้วยกัน อาจจะมีการจัดกิจกรรมเพื่อประโยชน์ต่อสังคม ช่วยในการสานสัมพันธ์ของแบรนด์กับลูกค้าไว้ด้วยกัน

ทุกวันนี้ Social Media มีช่องทางให้เราได้เลือกใช้มากมาย จนบางครั้งอาจจะมากเกินไป ทำให้มีการดูแลได้ไม่ทั่วถึง ดังนั้นจึงควรพิจารณาก่อนว่าลูกค้านิยมให้ Social Media ใด และสินค้าเรานั้นเหมาะกับสิ่งไหน เพื่อประหยัดเวลาในการดูแลในส่วนเครื่องมือที่ลูกค้าไม่ใช้งาน

จะเห็นได้ว่าการทำการตลาดแบบนี้เป็นเรื่องง่ายสำหรับใครหลายคน ในหัวข้อที่กล่าวมาข้างต้นเป็นสิ่งที่น่าสนใจ ที่สามารถนำไปปรับใช้ในการเริ่มต้นทำการตลาดแบบ Social Marketing

การสร้างประสบการณ์ดีๆมัดใจลูกค้า


สำหรับเคล็ดลับในการสร้างประสบการณ์ที่ดีๆ ที่จะเปลี่ยนความรู้สึกเดิมๆ ให้กลายมาเป็นความประทับใจที่มัดใจของลูกค้าให้ยาวนาน สามารถกระทำได้ดังนี้
1.โดยจะต้องตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างครบถ้วนให้มากที่สุด แต่จะต้องพิจารณาถึงต้นทุนที่เหมาะสม ซึ่งอาจจะร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อช่วยตอบสนองความต้องการของลูกค้า เนื่องจากปัจจุบันลูกค้ามีพฤติกรรมที่ชอบอะไรที่รวดเร็ว เบ็ดเสร็จ ยิ่งเราสามารถช่วยลูกค้าให้ตัดสินใจง่ายขึ้นได้มากเท่าไร ก็จะทำให้ลูกค้าซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น
2.สร้างการสื่อสารที่เข้าใจง่าย เพราะหลายๆ ธุรกิจก็พยายามจะนำเสนอสิ่งที่เป็นรูปธรรมให้ลูกค้าได้เข้าใจว่าสินค้าหรือสิ่งที่จะซื้อไปนั้นเป็นอย่างไร และหากใช้สินค้านั้นๆ แล้วจะรู้สึกอย่างไร ซึ่งในส่วนนี้จะต้องยกให้เห็นตัวอย่างที่ชัดเจน เพื่อให้ลูกค้าได้ตัดสินใจเลือกซื้อได้ง่ายขึ้น
3.การดึงลูกค้าเข้ามามีส่วนร่วมและการสร้างชุมชนให้เกิดขึ้น ดดยในปัจจุบันการสร้างชุมชนของกลุ่มคนที่มีความชื่นชอบที่เหมือนๆ กันทำได้ง่ายขึ้นผ่านทางโซเชียลมีเดียทำให้เกิดการแบ่งปันเรื่องราว ข้อมูล รวมถึงประสบการณ์ดีๆ ในเรื่องที่ตนเองสนใจให้กับคนอื่นๆได้สะดวกขึ้น
4.การมอบรอยยิ้มและน้ำใจที่จริงใจรวมทั้งการคอยเอาใจใส่แก่ลูกค้า เป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย อย่างเช่น โทรศัพท์ไปสอบถามข้อมูลหรือปัญหาต่างๆ หรือ ส่งอีเมล์ พยายามติดต่อและเอาใจใส่ลูกค้าให้มากขึ้น แล้วยอดขายก็จะตามมา

ดังนั้นการสร้างประสบการณ์ดีๆแก่ลูกค้าจะช่วย ทำให้ลูกค้าประทับใจในสินค้าและบริการได้เป็นอย่างดี และก็พร้อมที่จะกลับมาซื้อสินค้าและบริการเหล่านั้นได้อย่างยาวนาน ฉะนั้นผู้ประกอบการจำเป็นจะต้องปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินธุรกิจด้วยการดูแลเอาใจใส่แก่ลูกค้าให้มาก เพราะทุกวันนี้มีการแข่งขันในด้านธุรกิจอย่างกว้างขวาง ส่งผลให้ลูกค้าสามารถที่จะเลือกซื้อสินค้าและบริการได้มาก ซึ่งหากผู้ประกอบการรายใดให้บริการที่ไม่ประทับใจแก้ลูกค้าก็จะทำให้เสียโอกาสทางธุรกิจได้อย่างง่ายดาย ทั้งนี้ทางผู้ประกอบการด้านธุรกิจควรจะหันมาสนใจและเอาใจใส่ลูกค้าให้มากยิ่งขึ้นเพื่อจะทำให้ธุรกิจมีความเจริญก้าวหน้ามากขึ้นนั่นเอง

วิธีการสร้างแรงดึงดูดที่สามารถทำให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการเป็นอย่างดี

 

การทำธุรกิจนั้นได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจที่มีความเกี่ยวข้องกับการขายสินค้าและบริการ ฉะนั้นแล้วการที่จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จไม่ใช่แค่ออกไปตั้งแผงโชว์และจำหน่ายสินค้าเท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงวิธีการทำธุรกิจให้มีความน่าสนใจเพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาชมด้วย ซึ่งการสร้างแรงดึงดูดนั้นสามารถกระทำได้ดังนี้

1.ความซื่อสัตย์ไว้วางใจ เพราะความสัมพันธ์นั้นจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มีความซื่อสัตย์ไว้ใจกัน ซึ่งการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจกับลูกค้า ความไว้ใจนั้นจะเริ่มจากความน่าเชื่อถือ เมื่ออีกฝ่ายแสดงให้เห็นว่ามีความสามารถพอที่จะบริการหรือตอบสนองความต้องการนั้นได้อย่างเต็มที่ เมื่อพิสูจน์ให้ลูกค้าไว้ใจได้แล้วจึงสามารถเริ่มต้นสร้างความสัมพันธ์ได้เป็นอย่างดี
2.มองให้ไกลกว่าความจำเป็นเฉพาะหน้า ในส่วนนี้ทางผู้ประกอบการควรจะคำนึงถึงสินค้าและบริการโดยคำนึงถึงความต้องการและความจำเป็นของผู้บริโภคในขณะนั้น และควรจะรับฟังความคิดเห็นของลูกค้าอย่างตั้งใจ
3.การสร้างสิ่งใหม่ๆให้กับบริการ เพื่อให้ลูกค้าได้รับการบริการหลากหลายรูปแบบ เพื่อเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ เหนือความคาดหมายของลูกค้า
4.ตอบสนองความอยากรู้อยากเห็น เพราะความอยากรู้อยากเห็นและอยากเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา ดังนั้น เมื่อผู้ให้บริการสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ของลูกค้าได้ ย่อมมีผลกระทบต่อความประทับใจของลูกค้าไม่น้อย
5.สร้างความอัศจรรย์ใจในบางครั้ง โดยการทำให้ลูกค้ามีความสุข รู้สึกภาคภูมิใจ และผูกพันเพิ่มขึ้นอย่างการให้ของขวัญหรือบริการพิเศษ เช่น ของสมนาคุณพิเศษในฐานะลูกค้าชั้นดี ดอกไม้และการ์ดวันเกิด เพราะจะทำให้ลูกค้ายิ่งประทับใจมากและยินดีที่จะประกาศเรื่องดี ๆ แบบปากต่อปาก ซึ่งช่วยเพิ่มลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น
6.ให้ความรู้สึกสบายใจ จะช่วยให้ลูกค้ารู้สึกว่าสามารถควบคุมสิ่งต่าง ๆ ได้ฉะนั้นธุรกิจควรมีบริการที่เป็นระบบ เพื่อให้ลูกค้าสามารถมารับบริการด้วยความสบายใจ ไม่รู้สึกวิตกกังวล
7.แสดงตนอย่างเปิดเผย เพื่อให้ลูกค้าได้รู้ว่าธุรกิจนั้นมีนโยบายอย่างไร มีลักษณะการดำเนินธุรกิจมีจรรยาบรรณแค่ไหน เพราะการแสดงความชัดเจนจะช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงธุรกิจได้มากขึ้น และเกิดความผูกพันมากขึ้นด้วย ยิ่งรู้จักมากเท่าใดก็จะยิ่งไว้ใจมากขึ้น

ดังนั้นการทำธุรกิจนั้นควารจะให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นอย่างมาก เพราะจะช่วยสร้างความประทับใจให้กับลูกค้านั้นเป็นอย่างดี ทำให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการต่อและอาจจะช่วยแนะนำบอกต่อทำให้มีลูกค้าเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ธุรกิจมีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น

ธุรกิจขายตรงรูปแบบใหม่ที่สามารถมัดใจลูกค้า

การขายตรงเป็นเรื่องของการขายผลิตภัณฑ์สินค้าและบริการของบริษัทจากมือสู่มือผู้บริโภคโดยตรง ดังนั้นความสำเร็จส่วนหนึ่งจึงต้องยกความดีให้พนักงานขาย พนักงานขายฝีปากยอดเยี่ยมถือเป็นสิ่งที่บริษัททั้งหลายต่างต้องการและไขว่คว้าหามาร่วมทีมด้วยกันทั้งนั้น พวกเขามีส่วนสำคัญในการผลักดันและปิดการขาย ดังนั้นผู้ประกอบการควรหาพนักงานขายที่มีทักษะดังกล่าวมาร่วมงานสัก 2-3 ทีมเป็นอย่างต่ำ แต่หากหาไม่ได้จริงๆ การฝึกพนักงานขายให้มีทักษะดังกล่าวก็พอจะทำได้ โดยให้ข้อมูลการขายที่มีรูปแบบเฉพาะซึ่งทางบริษัทได้เตรียมไว้แล้ว ให้พนักงานไปฝึกจนเกิดความชำนาญแล้วจึงส่งไปทำขายจริงกับลูกค้า

การทำธุรกิจขายตรง

เป็นระบบการขายรูปแบบหนึ่งที่ผู้ประกอบธุรกิจทำตลาดสินค้าหรือบริการ โดยมีการทำสัญญามอบหมายให้ตัวแทนขายตรงหรือผู้จำหน่ายอิสระ นำสินค้าหรือบริการไปเสนอขายต่อผู้บริโภค ณ ที่อยู่อาศัยหรือสถานที่ทำงานของผู้บริโภค หรือสถานที่อื่นที่มิใช่สถานที่ประกอบการค้าเป็นปกติธุระ ทั้งนี้ตัวแทนขายตรงหรือผู้จำหน่ายอิสระจะมีรายได้ตามแผนการจ่าย ผลตอบแทนที่ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงกำหนดไว้ โดยทั่วไปในระบบธุรกิจขายตรง ผู้ที่สมัครเข้าเป็นสมาชิกจะมีรายได้ 2 ทาง คือ รายได้จากการจำหน่ายปลีกและรายได้จากการบริหารทีม ซึ่งการบริหารทีมคือการสร้างทีมงานที่ประกอบด้วยการชักชวนผู้อื่นเข้ามาร่วม

การเพิ่มโอกาสในการกระจายสินค้าและผลิตภัณฑ์ ซึ่งจำเป็นที่จะต้องวางให้ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศไทย เพราะถ้าผู้บริโภคเกิดสนใจในตัวของสินค้าและบริการของทางบริษัทผู้ประกอบการขึ้นมาแล้ว ผู้บริโภคจะพยายามติดต่อเพื่อขอซื้อสินค้าหรืออย่างน้อยก็ขอข้อมูลเพิ่มเพื่อประกอบการตัดสินใจ ซึ่งความต้องการดังกล่าวหากผู้ประกอบการไม่สามารถจัดหาเพื่อตอบสนองได้ทันท่วงทีผู้บริโภคก็จะตัดสินใจไปเลือกซื้อสินค้าและบริการจากทางผู้ประกอบการรายอื่นที่เป็นคู่แข่งในทันทีเพราะถือว่ามีความได้เปรียบอยู่ในมือไม่จำเป็นที่จะต้องไปแคร์ในบริษัทใดบริษัทหนึ่ง

วิธีการทำธุรกิจขายตรง

– ติดต่อกับบริษัทขายตรง
– สมัครเป็นสมาชิก ทำความเข้าใจกับระบบการทำงาน การตอบแทน ผลประโยชน์ ยุทธวิธีการขาย การเพิ่มยอดขาย สินค้าของบริษัท และความมั่นคงของบริษัท
– ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อศึกษาสินค้าของตัวคุณเอง
– กระจายสินค้าตัวอย่างไปยังเพื่อนสนิทมิตรสหาย
– วางแผนเป้าหมาย ยอดขาย กำไร และอาจจะเพิ่มเป็นการเปิดธุรกิจประเภทนี้ขึ้นมาก็ได้